คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie
บรรยากาศแบบบอลไทย....
25/02/2011 8:33:10 น.
บรรยากาศบอลอาชีพของไทยเริ่มต้นไปหนึ่งสัปดาห์ทุกอย่างเป็นไปอย่างคึกคักเหมือนเดิม ปีที่สามได้รับการคาดหวังว่ามันจะต้องพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม ปัญหาเก่าๆลดลง ปัญหาใหม่ที่อาจมีเพิ่มขึ้นมาก็ต้องเตรียมรับมือให้ดี
เพราะยังไม่ทันผ่านพ้นถึงสัปดาห์ที่สองปรากฏว่ามีเรื่องให้แก้ไขอีกแล้วในแง่มุมของเทคนิค เมื่อนักเตะที่รับราชการไปเล่นบอลอาชีพ มองในมุมของนักเตะผมถือว่าน่าเห็นใจเพราะต้องกินต้องกินใช้...รับราชการเงินเดือนไม่พอแน่ การไปเล่นบอลอาชีพกับสโมสรอื่นย่อมเป็นรายได้จุนเจือครอบครัว คราวนี้ปัญหามันคือว่าเมื่อหน่วยงานราชการของตนนั้นก็ส่งทีมแข่งบอลอาชีพด้วย นี่แหละครับ...โอละพ่อ
ถามว่าฝรั่งมีแบบนี้มั้ย...เท่าที่ติดตามมาไม่มี มีแต่เล่นบอลเป็นงานล่วงเวลาครับ เป็น
''พาร์ตไทม์''
แล้วตัวเองมีงานประจำทั้งราชการและเอกชน โดยหน่วยงานของตัวเองไม่มีทีมแข่งบอล...ลักษณะแบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับทีมจากนอกลีก พวกสมัครเล่น ดิวิชั่น 5-20 ของอังกฤษ ถือว่าทีมสโมสรจากนอกลีกไม่เป็นไร เพราะยังไม่เป็นอาชีพเต็มตัวเข้ามาแค่ครึ่งเดียว กึ่งอาชีพกึ่งสมัครเล่น แต่ถ้าทีมนอกลีกหมายถึงแชมป์ดิวิชั่น 5 เลื่อนชั้นขึ้นมาในดิวิชั่นสี่หรือ ลีก ทู เมื่อไหร่ สถานภาพนักเตะต้องปรับตัวเป็นอาชีพทันที
ลีกอาชีพ 4 ดิวิชั่นบังคับเลยว่าคุณต้องมีอาชีพเดียวคือ
"นักบอลอาชีพ"
จะทำอาชีพอื่นควบคู่ไม่ได้ อ้า...เขียนถึงตรงนี้เทียบเคียงดูแล้วคงพอมองเห็นนะครับว่าองค์กรผู้รับผิดชอบอย่างไทยพรีเมียร์ลีกทำอะไรกันอยู่ ถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นักเตะสองสังกัดมาเล่นบอลอาชีพได้ในลีกสูงสุดซะด้วย
เอาเถอะครับ...แค่ปีที่สามเองค่อยไปค่อยไปละกันถือว่า ร่างกฎ กติกา ให้มันครอบคลุม เห็นไปดูงานที่โน่นที่นี่กันมาเยอะแยะไปหมด ยกขบวนกันไปแต่เวลาเอามาปฏิบัติใช้ทำไมถึงยังมีปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นอีก ฝากด้วยแล้วกันครับท่านทั้งหลาย เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการติดตามบอลไทยในสัปดาห์นี้ ขอแตะเบรกเรื่องนี้ไว้ก่อนครับ
ก่อนไปว่ากันถึงเกมสำคัญระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม วันก่อนผมไปนั่งชมฟุตบอลคัดเลือกโอลิมปิก 2012 หรือปรีโอลิมปิกระหว่างทีมชาติไทยกับปาเลสไตน์ที่สนามศุภชลาศัย บอกตามตรงว่าน่าเสียดายที่ชนะแค่ 1-0 ทั้งที่โอกาสยิงมากกว่า 1
ส่วนรูปเกมที่ยังไม่ปะติดปะต่อจนกดดันปาเลสไตน์มากพอนั้น ผมคิดว่าเล่นได้เท่านี้ก็โอเคแล้ว เพราะเวลานี้การเตรียมทีมปรับสู่สากลคือ...ให้สโมสรเตรียมร่างกาย เตรียมกลยุทธ์ระดับสโมสรให้ แต่เมื่อเล่นทีมชาติมาซ้อมด้วยกันในเวลาจำกัดแต่ต้องได้ผลสูงสุดนั้นเรายังไม่คุ้นกัน
ไม่คุ้นกับวิธีการแบบมืออาชีพ มันคือเรื่องของการปรับตัวกับวิถีฟุตบอลอาชีพที่ทีมชาติจะไม่มีเวลาเตรียมทีมนานๆยาวๆเหมือนยุคดรีมทีม เพราะนั่นคือทฤษฎีไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ บอลอาชีพนั้นนักเตะถูกเตรียมจากสโมสรเป็นหลัก เตรียมทั้งร่างกายและจิตใจ วิธีเล่นบอล...
ขึ้นทีมชาติแล้วต้องเป๊ะ วางกลยุทธ์ซ้อมติวเข้มแล้วต้องเข้าใจ ทำได้ทันที ความผิดพลาดต้องน้อยที่สุด ความแม่นยำ ความเด็ดขาดต้องมากที่สุดถึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะทีมชาติ ที่ชั้นบอลหรือเกรดบอลเหนือกว่านักเตะสโมสร
มืออาชีพเขาเป็นแบบนี้มานานครับ อย่างมากทัวร์นาเมนต์ใหญ่รอบสุดท้ายอย่างบอลโลกหรือยูโร เขามีเวลาเตรียมทีมกัน 15 วันซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิเคราะห์ วิจัยกันแล้วเหมาะสมที่สุด
ส่วนนักบอลชุดนี้จากรายชื่อแล้วไม่มีอะไรสอดไส้หรือเกรดบอลไม่ถึง เพราะหลายคนก็ถูกดันมาจากชุดเยาวชน 19 ปีที่เล่นได้ดีมากในการชิงแชมป์เอเชียภายใต้การคุมทีมของโค้ชหนุ่ย เฉลิมวุฒิ สง่าพล ก็พยายามเล่นกันเต็มที่เพียงแต่ชนะแค่ 1-0 เท่านั้น
ผมไม่ติดใจผลครับเพราะถือว่าเราอยู่ในช่วงเวลาปรับตัวกับฟุตบอลครั้งสำคัญ การเรียกนักเตะมาซ้อมสัปดาห์ละ 3 วันคงเป็นไปด้วยเหตุผลนี้แหละครับ ทำได้อย่างมากที่สุดครั้นจะไปขอตัวมาซ้อมกันสองสามเดือนคงเป็นไปไม่ได้เพราะนักเตะต้องเล่นสโมสรอาชีพของตัวเอง เรื่องนี้ต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆ
ปิดท้ายด้วย บีจี เอฟซี ปะทะเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ในบิ๊กแมตช์บอลไทย ด้วยเพราะสองทีมนี้มีการบริหารจัดการที่เยี่ยมยอดที่นอกสนาม มีแฟนบอลหนุนหลังเต็มที่ มีทุกอย่างครบสำหรับการเป็นทีมบอลอาชีพ เพียงแต่ว่าฟุตบอลนั้นแม้เหมือนธุรกิจตัวอื่นๆ ที่ต้องมีหลักบริหาร 4P ไม่ต่างกัน
แต่...ฟุตบอลนั้นส่วนสำคัญที่เป็นปัจจัยในการทำให้ชนะและครองถ้วยคือ
''โค้ชครับ''
อันนี้ฝรั่งเขายอมรับมานานว่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือในอังกฤษเรียกผู้จัดการทีม คือคีย์แมนที่มีอิทธิพลในการทำให้ทีมชนะและได้ถ้วย
บีจี กับ เมืองทองฯ เผชิญหน้ากับปัญหานี้เหมือนกันแต่ต่างในรายละเอียด...เจ้าบ้านเลือกคุณศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ที่โดนมองว่าขาดความรู้และประสบการณ์ในเรื่องฟุตบอลแต่เก่งเรื่องงานบริหารทีม ขณะที่เมืองทองฯ ไม่มีโค้ชใหญ่ต้องให้ มร.โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ดูแลทีมชั่วคราวก่อนไปติดต่อโค้ชใหม่มาแทน คาร์ลอส คาร์วัลโย่ ที่ยังไม่ทันทำงานก็โดนปลดแล้ว
ผมยังมองว่า มร.โรเบิร์ต ซึ่งคลุกคลีกับการสร้างเด็กเยาวชนและอยู่ในแวดวงฟุตบอลยุโรปมานาน บวกกับเคยเป็นนักบอลเก่า รวมทั้งสามารถสื่อสารกับนักเตะผิวสีในทีมเมืองทองฯ ได้ดี จะมีตรงนี้เหนือกว่าทางฝั่งบีจี แต่นั้นไม่ใช่ปัจจัยตัดสินผลคู่นี้ เพราะโค้ชสำหรับเกมนี้จะมีความสำคัญน้อยกว่าตัว
''นักเตะ''
ครับ
ถ้ามองให้สนุกมันก็น่าจะได้ครับ เพราะแฟนบอลสองทีมไปดูคงต้องลุ้นนะครับว่า นักเตะของพวกคุณใครจะท็อปฟอร์มเป็นส่วนตัวมากกว่ากัน โดยปัจจัยเรื่องโค้ชผมคิดว่าส่งผลต่อทีมไม่มาก
ตัวนักเตะอย่าง ศรายุทธ ชัยคำดี ปะทะ ธีรศิลป์ แดงดา....อำนาจ แก้วเขียว วัดเกมรับกับ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์...ดัสกร ทองเหลา ตัวรุกเมืองทองฯ จะโชว์ลีลาแค่ไหน เช่นเดียวกับนักเตะอย่าง สุธี สุขสมกิจ ต้องงัดเอาความเก๋าส่วนตัวมาช่วยบีจี นี่เป็นบรรยากาศคู่บิ๊กแมตช์บอลไทยที่อยู่ในสภาพแปลกๆอีหลักอีเหลื่อ แต่ก็สนุกได้นะครับพี่น้อง
Jackie
Share :
Tweet
แบ่งปัน
คอลัมน์อื่น ๆ
ไม่ใช่คนแบกนํ้า
"โดมิโน่-อาร์เซน่อล"?
ศุกร์นี้ลุ้นโวล์ฟสบวร์ก,ซโวลล์,บูร์ซาสปอร์
เกมที่อาจเปลี่ยนชะตาอาร์แซน และอาร์เซน่อล
Comment
อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie
จำนวนเรื่อง : 186
All post : 3,853
All view : 2,561,967
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย
Jackie
แมตช์สองไทยลีก...และบิ๊กแมตช์
View : 6,847 Post : 4
Jackie
ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เริ่มแล้ว
View : 4,260 Post : 1
Jackie
เอเชียน คัพ คู่ชิงฯ
View : 6,844 Post : 1
Jackie
ออสการ์ลูกหนังไทย
View : 2,057 Post : 1
Jackie
ฟุตบอลสยาม โกลเดนบอล..
View : 1,720 Post : 0
© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท
|
ติดต่อเรา
|
ลิขสิทธิ์
|
ร่วมงานกับเรา
|
ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263