คอลัมน์ : โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2011 โดย.. สตาร์ซอคเก้อร์
อภิมหาสงครามแค้น ครูเซโร่ - เอสตูเดียนเตส!!
16/02/2011 22:43:56 น.


     Ole Bom dia (โอล่า บง เดีย) สวัสดีผู้อ่านกันอีกครั้ง สำหรับคอลูกหนังอเมริกาใต้และโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส


และที่สำคัญคือ เช้าวันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ พลาดไม่ได้ ศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์

ครูเซโร่ (บราซิล) - เอสตูเดียนเตส (อาร์เจนตินา) ซึ่ง สตาร์ซอคเก้อร์ทีวีของเราจะถ่ายทอดสดให้ชมกัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นด้วยการมีแดนเซอร์ หรือที่เรียกว่า โชว์เกิร์ล เรียกน้ำย่อยกันก่อน รวมถึงเล่นเกมส์ร่วมสนุกกัน และเริ่มเขี่ยลูกตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
คู่นี้ถือเป็น "แชมป์ ชน แชมป์" ก็ว่าได้

ชื่อทีม Cruzeiro นี่อ่านภาษาโปรตุเกสจริงๆว่า "ครูเซรู" ครับ หมายถึง "การเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือ" ต้นตระกูลผู้ก่อตั้งทีม ส่วนฉายาของทีมมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ "ราโปซ่า" (Raposa = สุนัขจิ้งจอก) พวกเขาเคยเป็นแชมป์ "ลิเบอร์ตาดอเรส" มา 2 สมัย ในปี 1976 และ 1997 รวมถึงได้รองแชมป์อีก 2 หนในปี 1977 และ 2009

ขณะที่ "เอสตูเดียนเตส" หรือฉายา "เอล เลโอ" (El Leo = สิงโต) เป็นแชมป์ลิเบอร์มาแล้วถึง "4 สมัย" ในปี 1968, 1969, 1970 และ 2009 รวมถึงได้รองแชมป์ปี 1971 เรียกว่าเป็นสโมสรที่ได้แชมป์มากที่สุดเป็นอันดับ 4 เลยทีเดียวรองจาก อินดิเพนเดียนเต้ (อาร์เจนตินา, 7 สมัย), โบค่า จูเนียร์ส (อาร์เจนตินา, 6 สมัย) และ เพนารอล (อุรุกวัย, 5 สมัย)

สังเกตนิดหนึ่งว่า ในปี 2009 นั้น ครูเซโร่ ได้รองแชมป์ และ เอสตูเดียนเตส ได้แชมป์ นั่นหมายถึง ทั้งสองทีมเป็น "คู่ชิงชนะเลิศ" นั่นเอง!!!

เท่านั้นไม่พอ ในปี 2009 นั้น ทั้งสองทีมดันเจอกันใน ''รอบแบ่งกลุ่ม'' เสียด้วย เรียกว่าช่างถูกโฉลกเหลือเกิน ที่โดนจับมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ภายในช่วงระยะเวลา 3 ปี

ผลัดกันย้ำแค้น! : เกมโคปา ลิเบอร์ตาเรส รอบแบ่งกลุ่มปี 2009 ครูเซโร่ กับ เอสตูเดียนเตส อยู่ในกลุ่ม 5 โดยเกมแรกที่เจอกันนั้น หวดกันที่สนาม "เอสตาดิโอ โกเวนาดอร์ มากัลไยส์ ปินโต้" ของฝ่ายแรกก่อน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สนามมิไนเรา" หวดกันวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2009

"แฟร์นันดินโญ่" แบ็กซ้ายบราซิล สังหารจุดโทษให้ครูเซโร่ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 63 ก่อนที่ "เคลแบร์" (เคลแบร์ เด โซซ่า ไฟร์ตัส) เหมาสองลูกรวด กดเรียดด้วยขวา ในนาทีที่ 69 ต่อด้วยจังหวะโต้กลับเร็วและได้บอลใส่พานจากเพื่อนซัดเข้าไปเป็น 3-0 และจบชัยชนะด้วยสกอร์ดังกล่าวพร้อมกับ 3 แต้มในมือ

ในปีนั้นต้องบอกว่า "เอสตูเดียนเตส" ต้องบอกว่าออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก หลังจากพ่ายครูเซโร่ก็มาเป็นชัยชนะในบ้านได้เหนือ ยูนิเวอร์ซิตาริโอ เด ซูเกร สโมสรโบลิเวีย 0-1 แต่ดันออกไปปราชัยต่อ เดปอร์ติโว กีโต (เอกวาดอร์) 0-1

เกมนัดที่ 4 ของทีมอาร์เจนไตน์ สามารถเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่สอง เหนือ เดปอร์ติโบ กีโต ที่เวียนมาพบกันอีกครั้ง 4-0 แต่ก็เพิ่งมีแค่ 6 แต้มเท่านั้น แล้วแมตช์ต่อมา คือศึกชี้ชะตาชีวิตการเข้ารอบของเอสตูเดียนเตสอย่างยิ่ง เพราะเวียนมาพบครูเซโร่อีกครั้ง โดยทีมบราซิลนั้นโกยแต้มไปแล้วถึง 10 คะแนน ฉะนั้น ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และเพื่อมีเงื่อนไขเดียวที่ต้องทำให้ได้คือ "ชนะ" เท่านั้น

สนาม "เอสตาดิโอ ซิวดาด เด ลา พลาต้า" หนนี้คือสิ่งอะไรที่ตรงกันข้ามกับในสังเวียนมิไนเรา

"กาต้า" กัสตอน เฟร์นันเดซ ได้บอลในเขตโทษโล่งๆ ทางด้านขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ "เวรอน" แปแบบเดี่ยวๆไม่มีเหลือ 1-0 ตั้งแต่ น.6

ถัดมายัง น.32 กาต้า คนเดิม ได้บอลจากเพื่อนแล้วอาศัยความสามารถเฉพาะตัว แตะบอลหลุดทะลุกองหลังรวดเดียวสองคนเข้าไปในเขตโทษ และชิพด้วยขวาเสียบเสาสองอย่างงดงาม สกอร์ 2-0 พร้อมกับทำให้เสียงแฟนบอระเบิดดังกึกก้องอีกครั้ง!

ครึ่งหลัง น.74 จากลูกฟรีคิกกึ่งกลางแดนครูเซโร่ เวรอดเปิดยาวให้ "ซานเชซ เปร็ตเต้" กองกลางดาวรุ่งได้บอลเดี่ยวๆ และยิงหนีมือนายทวารอย่างง่ายดาย

4 นาทีต่อมา จากความผิดพลาดกองหลังครูเซโร่เอง ทำให้ ซานเชซ เปร็ตเต้ ได้บอล ก่อนทำชิ่งกับเวรอนคนเดิม แล้วหลุดขึ้นไปยิงมุมแคบเสียบเสาสอง 4-0 สำหรับเอสตูเดียนเตส พร้อมกับเก็บคะแนนรวมเป็น 9 แต้ม

นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เอสตูเดียนเตส ต้องออกไปเยือน ยูนิเวอร์ซิตาริโอ เด ซูเกร ทว่าแมตช์นอกบ้านของทีม ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดแย่ เพราะทำได้แค่เสมอกับทีมโบลิเวีย 0-0 จึงมีแค่ 10 แต้ม

ทีมที่มาช่วยชีวิตพวกเขากลับกลายเป็น "ครูเซโร่" เพราะในนัดสุดท้ายนั้น ถ้า เดปอร์ติโบ กิโต ที่มี 8 แต้มเอาชนะสโมสรบราซิลได้ อาจเป็นเอสตูเดียนเตสที่ตกรอบ แต่เพราะครูเซโร่เองมี 10 แต้ม ฉะนั้นการเสี่ยงต่อการตกรอบเพราะผลต่างประตูได้เสีย จึงทำให้ทีมแซมบ้าต้องเอาจริงเต็มเหนี่ยว

ครึ่งแรก "เลโอ ฟอร์ตูนาโต้" เซนเตอร์ฮาล์ฟของครูเซโร่ กับ "วากเนอร์" ทำประตูให้ทีมบราซิลนำ 2-0 แน่นอนว่า อีกสนามแห่งหนึ่งนั้น เอสตูเดียนเตสลงแข่งไปก่อนแล้ว 1 ชั่วโมง ย่อมสนามผลอีกสนามหนึ่งด้วย ช่วงเวลาที่เหลือทีมอาร์เจนไตน์จึงรักษาสกอร์และหนึ่งแต้มไว้ได้

ท้ายสุดครูเซโร่ชนะด้วยสกอร์ดังกล่าว ทำให้เข้ารอบในฐานะ แชมป์กลุ่ม และ เอสตูเดียนเตส ที่พกโชคมาเต็มกระเป๋า เข้ารอบในฐานะอันดับ 2

สงครามแค้นในรอบชิงชนะเลิศ : หลังจากนั้น ทั้งสองทีมต่างทำผลงานยอดเยี่ยม กระทั่งได้มาพบกันในรอบชิงชนะเลิศในที่สุด

เกมแรก ณวันที่ 8 กรกฏาคม 2009 หวดกันที่สนาม ซิวดาด เด ลา พลาต้าของเอสตูเดียนเตส ซึ่งจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 สถานการณ์ขณะนั้น เวรอนและเพื่อน มีแววชวดแชมป์สูง เนื่องจากเกมที่สอง จะต้องบุกไปชนะที่มิเนเราสถานเดียว หรือเสมอแบบมีสกอร์

ยิ่งไปกว่านั้นแมตช์ที่สองในวันที่ 15 ก.ค. นั้น "เอ็นริเก้" มิดฟิลด์วัย 23 ปี ตะบันไกนอกเขตโทษเต็มเท้าขวา ทำให้ครูเซโร่ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 52 นั่นหมายถึง ในช่วงเวลาที่เหลือ สโมสรจากแดนฟ้า-ขาว ต้องตีเสมอให้ได้เพื่อคว้าแชมป์

อย่างไรก็ตาม 5 นาทีต่อมา เสียงกอร์เชียร์สุนัขจิ้งจอกก็เงียบสนิท เมื่อเจ้าหัวหอกผมทอง "กัสตอน เฟร์นันเดซ" ชาร์จโล่งๆ ระยะไม่กี่เมตรไม่มีพลาด สกอร์เสมอกัน 1-1

ในรอบชิงชนะเลิศลิเบอร์ตาดอเรสนั้น ไม่มีการใช้กฎประตูทีมเยือน แต่ทีมใดยิงประตูได้มากกว่าก็จะได้แชมป์ นั่นหมายถึง ทีมใดที่ยิงประตูชัยในนัดนี้ได้ ก็จะเป็นแชมป์ทันที!

นาทีที่ 72 จากลูกเตะมุมทางด้านขวา "เวรอน" หัวใจแดนกลางเอสตูเดียนเตส เปิดบอลเข้ามากลางเขตโทษ "เมาโร โบเซลลี่" หัวหอกอีกรายขึ้นโหม่งเสียบโค่นเสา และนั่นทำให้ทีมอาร์เจนไตน์เจ้านี้ ชนะครูเซโร่ไป 2-1 ได้แชมป์ไปครองที่สุด และเป็นการคว้าถ้วยลิเบอร์ตาดอเรส สมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย...

เปซกี้
facebook : south_soccertv@hotmail.com




คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : สตาร์ซอคเก้อร์

จำนวนเรื่อง : 36
All post : 67
All view : 109,990
คอลัมน์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2011

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263