คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie
เอเชียน คัพ คู่ชิงฯ
28/01/2011 8:20:05 น.


     ระหว่างบรรยากาศบอลไทยกำลังเริ่มต้น "โหมโรง" ชวนไปติดตามฟุตบอลระดับชาติกันสักหน่อยครับ นั่นคือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปเอเชีย หรือ "เอเชียน คัพ" 2011 ในครั้งที่ 15 ซึ่งเจ้าภาพ กาตาร์ รับหน้าเสื่อดำเนินการ


รายการนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับฟุตบอลยูโรของยุโรป, โคปา อเมริกา ชิงแชมป์อเมริกาใต้, โกลด์ คัพ ของทวีปอเมริกากลางและเหนือ หรืออีกรายการหนึ่งคือ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์  เป็นรายการที่นำทีมชาติชุดใหญ่มาทำการแข่งขันเพื่อพิสูจน์ฝีเท้าและมาตรฐานว่าใครยอดเยี่ยมที่สุด
 
นอกเหนือไปจากนี้แล้วแชมป์ของทวีปจะได้สิทธิ์แข่งขันฟุตบอล "ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ" ของฟีฟ่า หนึ่งปีก่อนแข่งฟุตบอลโลก ซึ่งครั้งต่อไปนั้นจัดขึ้นที่บราซิล ปี 2014 ดังนั้น ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ จะแข่งขันปี 2013 ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งเจ้าภาพและบรรดาแชมป์แต่ละทวีปเพื่อฟุตบอลโลกในอีก 12 เดือนข้างหน้า
 
แน่นอนครับว่า ทีมแชมป์ทวีปส่วนใหญ่มักไม่พลาดการแข่งฟุตบอลโลก ด้วยมาตรฐานมันคงเป็นไปแบบนั้น หายากนะครับ เป็นแชมป์ยุโรป, แชมป์เอเชีย แล้วไม่ได้ไปบอลโลก ผมพยายามนึกอยู่ครับ แต่ยังนึกไม่ออกว่าชาติที่ได้แชมป์บอลทวีปแล้วอดไปเล่นบอลโลก เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ต้องได้ไปหากไม่ติดปัญหาและอุปสรรคใหญ่หลวง
 
เขียนถึงบรรทัดนี้นึกออกแล้วครับ "อิรัก" แชมป์เอเชียน คัพ 2007 ไม่ได้ไปบอลโลก 2010 อันนี้เป็นกรณียกเว้นสำหรับอิรัก ประเทศที่ตกอยู่ภายใต้ภาวะสงครามแบบต่อเนื่อง หลังจากมหาอำนาจที่พยายามทำตัวเป็นตำรวจโลกบุกถล่มบ้านถล่มเมืองข้อหามีอาวุธนิวเคลียร์ร้ายแรง...ค้นไปค้นมาปรากฏว่าไม่เจอ..เจอแต่ประทัดยักษ์
 
นั่นยังไม่แย่เท่ากับเวลานี้บ้านเมืองอิรักพังพินาศ ยับเยิน กลายเป็นดินแดนมิคสัญญี นักฟุตบอลต้องอพยพไปเล่นต่างแดน ทีมชาติเก็บตัวฝึกซ้อมที่จอร์แดนบ้าง เพื่อนบ้านบ้าง...อันนี้กรณียกเว้นนะครับ

ว่าถึงเอเชียน คัพ 2011 ได้คู่ชิงชนะเลิศเป็น ญี่ปุ่น "เต็งแชมป์" กับ ออสเตรเลีย อีกหนึ่งมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย ต้องยอมรับว่า เป็นคู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้อที่สุด หากไม่นับเกาหลีใต้อีกทีมหนึ่ง โดยคู่ชิงชนะเลิศแข่งขันวันที่ 29 ม.ค. เวลาบ้านเราประมาณสี่ทุ่มนะครับ ด้วยฟอร์มการเล่นไม่แตกต่าง...ทั้งตัวผู้เล่นและการประสานงานในทีม ดูยากเหมือนกันว่าใครจะออกจากสนามที่จะใช้จัดบอลโลก 2022 อย่าง อัล การาฟา ในฐานะแชมป์
 
ญี่ปุ่นถูกสื่อมวลชนทั่วเอเชียยกให้เป็น "เต็งหนึ่ง" ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มต้น เพราะนอกจากจะมีโค้ชมากฝีมืออย่าง อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ที่เคยนำเอซี มิลาน ครองแชมป์กัลโช่ในสูตรการเล่นแบบ 3-4-3 แล้วตัวผู้เล่นของญี่ปุ่นชุดนี้ยังยึดแกนหลัก 6-7 คนจากชุดฟุตบอลโลกที่สร้างความฮือฮาเข้ารอบสองอย่างยอดเยี่ยม
 
วันนี้ญี่ปุ่นสร้างสตาร์ดังป้อนวงการฟุตบอลโลกจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไม่เคอะเขินแล้วดูเหมือนว่าจะทำดีกว่าเกาหลีใต้ที่ดังอยู่แค่คนเดียวคือ พาร์ค ชี ซอง คิดดูว่ายุคก่อนมีศูนย์หน้า "โปรโมต" คือ คาซู หรือ คัตสึ ที่เคยไปเตะกับเจนัว เพราะสินค้าญี่ปุ่นเป็นสปอนเซอร์และต้องการให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจกับเด็กยุ่น 
 
คาซู ดาวยิงทีมชาติของพวกเขาไปเตะกัลโช่ ซึ่งเป็นลีกที่คนญี่ปุ่นดูมากกว่าบอลอังกฤษ ...เท้าความนิดหนึ่งว่าคนญี่ปุ่นชอบบอลบราซิล, สเปน, อิตาลี มากกว่าบอลอังกฤษครับ...
 
จาก คาซู ที่เป็นนักเตะโปรโมตพวกเขามีเจลีก...ลีกอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบในปี 1992 จากนั้นเราได้เห็นสมาชิกใหม่ระดับนานาชาติที่มาเล่นอาชีพในยุโรปพร้อมทั้งรับประกันว่า "เจลีก" มีคุณภาพเหมือนบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้า, รถยนต์และสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นตีตลาดโลกจนแตก
 
ฮิเดะ นากาตะ ดังระเบิด...ต่อด้วย ชินจิ โอโนะ, นากามูระ ล่าสุดเป็น ชินจิ คากาวะ ที่เปรี้ยงปร้างกับดอร์ทมุนด์, ฮาเซเบะ แชมป์บุนเดสลีกากับโวล์ฟบวร์ก หมดบอลโลกแบ็กขวาอย่าง อูชิดะ ถูกชาลเกซื้อตัวไปร่วมทีม นั่นต้องไม่ลืม "สิงห์อีซ้าย" ที่เนื้อหอมไปทั่วทวีปยุโรป เพราะยักษ์ใหญ่ต้องการซื้อไปร่วมทีมคือ เคซึเกะ ฮอนดะ เพลย์เมกเกอร์จากซีเอสเคเอ มอสโก
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในทางหนึ่ง "เจลีก" สร้างนักเตะป้อนวงการฟุตบอลอาชีพมันก็เป็นผลประโยชน์ของวงการฟุตบอลตัวเอง ขณะเดียวกัน "เจลีก" แสดงให้เห็นว่ามาตรฐานของลีกอาชีพของพวกเขา "ปึ้ก" เยี่ยมมาก...วันนี้ผลิตนักเตะติดทีมชาติหลายคน ไม่จำเป็นต้องเล่นที่ยุโรป แต่จะมีนักเตะยุโรป, นักเตะอเมริกาใต้ มาเล่นด้วย
 
ทุกปีทีมสโมสรอย่าง แมนฯ ยูฯ, เชลซี ยกพลมาซ้อมก่อนเปิดฤดูกาลเตะกับอูราวะ เร้ด บ้าง, เอฟซี โตเกียว บ้างอะไรบ้าง ทุกอย่างมันถูกสร้างมาช้านานและต่อเนื่องและทำอย่างมืออาชีพจริงๆในเวลา 19 ปี ของการเป็นฟุตบอลอาชีพเต็มตัวและอีก 20 กว่าปี จากเซมิโปร...ญี่ปุ่นทำได้ เพราะ "คน" ญี่ปุ่นทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อยกระดับและพัฒนาบอลของพวกเขา
 
วันนี้ญี่ปุ่นกลายเป็นเบอร์หนึ่งของเอเชีย...กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์ "เอเชียน คัพ" 4  สมัย ถ้าชนะออสเตรเลียได้ในค่ำวันเสาร์นี้ 
 
ส่วนออสเตรเลียเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ตรงกันข้าม เพราะประเทศนี้เหมือนญี่ปุ่นอย่างหนึ่งคือ "ฟุตบอล" ไม่เป็นที่สนใจมาก เป็นกีฬาอันดับ 4-5 เพิ่งมีลีกอาชีพเมื่อ 6 ปีก่อนโน้น แต่เนื่องจากพวกเขามีเชื้อสายอังกฤษและฝรั่งยุโรป มีนักเตะไปเล่นอาชีพที่ยุโรป และกลับมารวมตัวกันโดยหาโค้ชจากยุโรปทำทีมชาติ
 
อย่างที่ทราบ ประสบการณ์และกระดูกบอลระดับทีมสโมสรชั้นนำของทั่วยุโรปแค่มาเล่นตามคอนเซปต์ของโค้ชทีมชาติให้ได้ตามกลยุทธ์เท่านั้นเป็นพอ อย่างไรก็ตาม วันนี้ออสเตรเลียเล็งเห็นว่ามันไม่พอ หากหวังดึงสตาร์กลับมาจากยุโรป ในทางหนึ่งต้องผลิตนักเตะป้อนกลับไปด้วยเพื่อไม่ให้ขาดแคลน
 
วันที่ออสเตรเลียประกาศแยกตัวจากโซนโอเชียเนีย...มันหมายถึงวันที่พวกเขาต้องการพัฒนาฟุตบอลให้สูงขึ้น เตะกับทีมที่อ่อนกว่าอย่าง ฟิจิ, นิวซีแลนด์, เวสเทิร์น ซามัวร์ กี่ปีกี่ชาติก็ถล่มแหลก ไม่ได้พัฒนาอะไร สู้มาเล่นกับพวกเอเชีย ซึ่งแข็งกว่า...ฟุตบอลจึงไปได้ดี
 
อีกทั้งโอกาสในการผ่านคัดเลือกมีมากกว่า เพราะเป็นแชมป์โอเชียเนียต้องไปเตะกับพวกอเมริกาใต้สองนัด...แบบนั้นบีบหัวใจ เล่นกับกลุ่มเอเชียยังมีระบบแบ่งกลุ่มเก็บคะแนนช่วยเอื้อประโยชน์ให้และมาตรฐานไม่สูงกว่าพวกอเมริกาใต้ แต่ก็เหนือกว่าทีมในโอเชียเนีย ยังไงบอลพัฒนาแน่นอน สองชาติสองสไตล์ที่แตกต่างในการพัฒนาฟุตบอลภายใน...ถามว่าใครควรแชมป์
 
ผมถือหางญี่ปุ่น เพราะพวกเขาผ่านเกมที่ยากลำบากอย่างการชนะเกาหลีใต้คู่รักคู่แค้นมา ขณะที่ออสเตรเลียผ่านอุสเบกิสถานแบบสบายไปหน่อยถล่มตั้ง 6-0 ในรอบตัดเชือก...เขาบอกว่าบอลแบบนี้มันเหมือนถึงจุดสุดยอดในรอบตัดเชือก ขณะที่ญี่ปุ่นยิ่งเล่นยิ่งดี น่าจะมาพีกสุดๆในนัดชิง...
 
อันนี้ทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ...ยังไงใครมีดาวเทียมก็ลุ้นกันได้ แต่ถ้าไม่มีเปิดชมเทปบันทึกการแข่งขันทางช่อง 7 ช่วงดึกวันเสาร์เวลาสำหรับคนรักฟุตบอล แล้วคุณจะได้เห็นว่า "มืออาชีพ" ของจริงเขาเล่นกันอย่างไร 


 
                                                            Jackie
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 180
All post : 3,602
All view : 2,293,200
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263