คอลัมน์ : โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2011 โดย.. สตาร์ซอคเก้อร์
บวยโนส เดียส โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส
21/01/2011 18:23:48 น.


 

Buenos Dias (บวยโนส เดียส) อรุณสวัสดิ์ในแบบภาษาสเปน และ Ola Bom Dia (โอล่า บอม เดีย) ในแบบภาษาโปรตุเกส

 

Buon Giorno (บวน จอร์โน่) ตามแบบฉบับอิตาลี

 

เอ๊ะ แต่อิตาเลียนเกี่ยวอะไรด้วย คำตอบคือเป็นอีกชาติที่อพยพเข้าไปอยู่ในอเมริกาใต้กันเยอะ รองๆ จากเยอรมัน สเปน และโปรตุเกส เหมือนกัน ชาติที่ยังมีใช้ภาษาอิตาเลียนแบบติดปลายนวมอยู่บ้างคืออ ''เวเนซุเอลา''

 

อันดับหนึ่งที่คนอิตาลีเข้าไปอาศัยและตั้งรกรานตั้งแต่อดีตกาลคือ บราซิล ตามมาด้วยอาร์เจนตินา และอุรุกวัย ส่วนเวเนซุเลอามาเป็นอันดับสี่ ฉะนั้น ชื่อคนหรือนามสกุลในแดนแซมบ้า และฟ้า-ขาว จะบ่งบอกให้เป็นถึงความเป็นอิตาเลียนอยู่ใช่น้อย แล้วบางสื่อในประเทศนั้นก็จะอ่านชื่อสกุลในแบบภาษาอิตาลีกันอีกด้วย ทว่าภาษาสเปนหรืออิตาเลียน พออยู่ในอเมริกาใต้นานๆ ก็ถูกกลืนหรือเปลี่ยนรูปร่างไปพอสมควร คนที่พูดภาษานี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเชื้อสาย ''อิตาโล่-เวเนซวยลันส์'' พูดง่ายๆ คือ อิตาเลียน-เวเนซุเอลา นั่นแหละครับ

 

เอาล่ะ คุยกันเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับอเมริการพอหอมปากหอมคำ วันนี้เรามาดูเรื่องของกฎเกณฑ์และสถิติต่างๆ ในโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส โดยจากประวัติศาสตร์การแข่งขัน 51 ครั้งที่ผ่านมา มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เราไปติดตามกัน

El Sueno Libetador

 

(เอล ซวนโย่ ลิเบร์ตาดอร์) เป็นแคมเปญโปรโมทรายการนี้ในภาษาสเปน หมายถึงทีมที่ได้แชมป์นั้น จะต้องใช้ความพยายามและทุ่มเทอย่างมหาศาล แต่ละชาติเมื่อได้แชมป์ลีกของตน และได้ผ่านเข้ามาสู่รอบสุดท้ายแล้ว ยังต้องทุ่มเงินมหาศาลอีกด้วย เพื่อที่จะได้ไปให้ถึงดวงดาว

 

ตัวอย่างเช่นในปี 1998 ''วาสโก ดา กาม่า'' จากบราซิล ใช้เงินไปถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อที่จะได้แชมป์ และในปีเดียวกัน ''พัลเมรัส'' จากแดนบราซิเลียนเช่นกัน ซึ่งมี ''หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่'' ก็ได้ทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะสำคัญอย่าง จูเนียร์ บายาโร่ และคนอื่นๆ จนกระทั่งทีมได้เป็นแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ปี 1999

 

ปัจจุบัน สโมสรที่เข้าร่วมแข่งมีถึง 38 ทีม เนื่องจากได้เชิญสโมสรจากเม็กซิโก ในอเมริกากลาง เข้าร่วมแข่ง 3 ทีมด้วยกัน แล้วในปี 2010 ''ชีวาส กัวดาลาฮาร่า'' เกือบเป็นทีมแรกจากแดนจังโก้ที่ได้แชมป์ เพราะสามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนพ่ายอินเตอร์นาซอองนาลไปอยางหวุดหวิด

 

ส่วนในโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2011 หนึ่งในสโมสรที่น่าจับตามองก็คือ ''ซานโตส'' แชมป์โคปา ดู บราซิล (บราซิเลียน คัพ) ซึ่งใช้เงินอย่างมาหมายเพื่อรักษาบรรดาขุนพลหลักไว้ อยาง เนย์มาร์, เซ เอดูอาร์โด้ และคนอื่นๆ เพราะมีหลายทีมจากยุโรปเช่น เชลซี, ลียง จ้องดึงตัวไป

กฎเกณฑ์รอบน็อกเอาต์ลิเบอร์ตาดอเรส 2011

 

รายการโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส จะไม่เหมือนทัวร์นาเมนต์ของยุโรปอย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก และยูฟ่า ยูโรปา ลีก เพราะจะไม่มีการ ''ต่อเวลาพิเศษ'' ทั้งในรอบแรกและรอบน็อกเอาต์เรื่อยกันไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

 

โดยในช่วงเริ่มแรกระหว่างปี 1960-1987 นั้น ใช้ระบบคิดคะแนนที่พบกันเอง โดยผู้ชนะได้ 2 คะแนน, เสมอได้ 1 และแพ้ไม่มีแต้ม แล้วไม่มีการคิดเรื่องผลต่างประตูได้เสีย โดยในรอบชิงชนะเลิศนั้น ถ้าทั้งสองทีมเสมอกันมีคะแนนเท่ากันทั้งสองนัด ก็จะต้องหวดนัดที่สามที่สนามเป็นกลาง ถ้าแมตช์ที่สามไม่มีผู้ชนะอีก ก็จะต้องดวลจุดโทษกันในที่สุด

 

หลังจากนั้นในปี 1988 ได้นำเรื่องผลต่างประตูได้เสียเข้ามาคิดด้วย ไม่มีการหวดนัดที่สามอีก โดยถ้าคะแนนและผลต่างประตูได้เสียเท่ากันหลังจากสองนัดไปแล้ว จะหวดจุดโทษตัดสินทันที ไม่มีการต่อเวลา ในปี 2005 ได้มีการนำเนื่อง ''กฎการยิงประตูนอกบ้าน'' มาใช้ อย่างไรก็ตาม จะใช้เฉพาะรอบแรก และรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายจนถึงรอบรองชนะเลิศ เพราะในปี 2008 ได้มีการแก้กฎอีกครั้ง โดยรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น ที่ถ้ามีคะแนนเท่ากันทั้งสองนัด และประตูได้เท่ากันแล้ว จะต้องมีการต่อเวลาพิเศษ แล้วจึงค่อยดวลลูกจุดโทษตัดสิน

 

ปี 2008 นั้น คู่ชิงชนะเลิศคือ แอลดียู กีโต (เอกวาดอร์) พบ ฟลูมิเนนเซ่ (บราซิล) เกมแรกทีมเอกวาดอร์ชนะ 4-2 แต่นัดสอง ฟลูมิเนนเซ่ ชนะในบ้าน 3-1 ทำให้ทั้งสองทีมมี 3 แต้มเท่ากัน และยิงประตูได้เท่ากันคือ 5 ลูก ทำให้ต้องมีการต่อเวลาพิเศษกันเป็นคู่แรกทันที หลังจากเปลี่ยนกฎเรื่องการต่อเวลา และท้ายสุด แอลดียู ชนะในการดวลจุดโทษพร้อมกับคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของทีมไปครอง

ถ้วยแชมป์

 

โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เป็นถ้วยที่ชิงแชมป์ระหว่างสโมสรอเมริกาใต้ ซึ่งเหมือนกับยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีกของยุโรป แต่คอนเมโบล (สหพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้) ใช้ชื่อนี้ เพราะคำว่า ''Libertadores'' (ลิเบอร์ตาดอเรส) หมายถึง ''ผู้ปลดหล่อย'' เพื่อระลึกถึงผู้ปลดปล่อยเหล่าประเทศอเมริกาใต้เป็นอิสระจากเมืองขึ้นของยุโรปนั่นเอง

 

ถ้วยโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ดีไซน์โดย ''อัลแบร์โต้ เด กัสเปรี'' ศิลปินผู้อพยพไปตั้งรกรากในประเทศเปรู ตัวส่วนบนทำด้วยเงินแท้ และทองแดง ส่วนฐานทำด้วยไม้ โดยจะมีชื่อทุกทีมที่ได้แชมป์ติดไว้บนฐานของถ้วยด้วย และเมืองที่ตั้งของสโมสรแชมป์เหล่านั้น และมีโลโก้ของทีมอยู่ทางซ้ายของป้ายชื่อแต่ละทีม

 

ถ้วยปัจจุบันเป็นถ้วยใบที่สามแล้ว โดยหลังจากเอสตูเดียนเตส ได้แชมป์สมัยที่สามเมื่อปี 1970 ก็ได้ถ้วยใบนี้ไปครองอย่างถาวร ส่วนถ้วยใบที่สองนั้น เป็นของอินเดเพนเดียนเต้ จากอาร์เจนตินา ที่ได้แชมป์ไปครอง หลังจากได้ถ้วยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในปี 1974


อาร์เจนตินา เจ้าแห่งลิเบอร์ตาดอเรส

 

นอกเหนือจากที่อินเดเพนเดียนเต้ ทำสถิติเป็นแชมป์มากที่สุดคือ 7 สมัยแล้ว ชาติที่ได้ถ้วยโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส มากสุดก็คือ สโมสรจากอเมริกาใต้นั่นเอง โดยได้รวมทั้งหมด 22 ครั้ง รองจากอินเดเพนเดียนเต้ก็คือ โบคา จูเนียร์ส ที่ได้ 6 ครั้ง, เอสตูเดียนเตส 4 ครั้ง และริเวอร์เพลท 2 สมัย นอกนั้นได้ทีมละครั้งคือ ราซิ่ง คลับ, อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส และเบเลซ ซาร์สฟิลด์

 

แล้วถ้ารวมกับอีก 8 ครั้งที่ทีมอาร์เจนไตน์ได้เพียงรองแชมป์เท่ากับ พวกเขาได้เข้าชิงชนะเลิศถึง 30 หนเลยทีเดียวจาก 51 ครั้งของประวัติศาสตร์ถ้วยใบนี้ เรียกว่าเป็นชาติที่เข้าชิงชนะเลิศมากสุดอันด้บหนึ่ง ส่วนอันดับสองเป็นของบราซิล ที่เข้าชิงชนะเลิศ 29 ครั้ง และได้แชมป์ไป 14 สมัย อันดับสามเป็นของ ''อุรุกวัย'' ซึ่งทีมที่ได้แชมป์นั้นมีเพียง 2 สโมสรคือ เพนารอล กับนาซิอองนาล โดยได้แชมป์รวมกัน 8 ครั้ง (เพนารอล 5, นาซิอองนาล 3) จากการเข้าชิงชนะเลิศทั้งหมด 15 ครั้งด้วยกัน สำหรับที่ 4 เป็นชาติจากปารากวัยคือ ''โอลิมเปีย'' เป็นสโมสรเดียวจากประเทศดังกล่าวที่ได้แชมป์ไปทั้งหมด 3 สมัย

เปซ-กี้

สถิติชาติที่มีสโมสรได้แชมป์และเข้าชิงชนะเลิศมากที่สุด

1.อาร์เจนตินา : แชมป์ 22 ครั้ง

แชมป์ (22) : อินเดเพเดียนเต้ (7), โบคา จูเนียร์ส (6), เอสตูเดียนเตส (4), ริเวอร์เพลท (2), ราซิ่ง คลับ (1), อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส (1), เบเลซ ซาร์สฟิลด์ (1)
รองแชมป์ (8) : โบคา จูเนียร์ส (3), ริเวอร์เพลท (2), นีเวลส์ โอลด์ บอยส์ (2), เอสตูเดียนเตส (1)

2.บราซิล : แชมป์ 14 ครั้ง

แชมป์ (14) : เซา เปาโล (3), เกรมิโอ (2 ), ครูเซโร่ (2), ซานโตส (2), อินเตอร์นาซิอองนาล (2), พัลเมรัส (1), ฟลาเมงโก (1), วาสโก ดา กาม่า (1)
รองแชมป์ (15) : เซา เปาโล (3), พัลเมรัส (3), เกรมิโอ (2), ครูเซโร่ (2), อินเตอร์นาซิอองนาล (1), ซานโตส (1), เซา คาเอตาโน่ (1), อัตเลติโก พาราเนนเซ่ (1), ฟลูมิเนนเซ่ (1)

3.อุรุกวัย : แชมป์ 8 ครั้ง

แชมป์ (8) : เพนารอล (5), นาซิอองนาล (3)
รองแชมป์ (7) : เพนารอล (4), นาซิอองนาล (3)

4.ปารากวัย : แชมป์ 3 ครั้ง

แชมป์ (3) : โอลิมเปีย (3)
รองแชมป์ (3) : โอลิมเปีย (3)

5.โคลอมเบีย : แชมป์ 2 ครั้ง

แชมป์ (2) : อัตเลติโก นาซิอองนาล (1), ออนเซ่ กัลดัส (1)
รองแชมป์ (7) : อเมริกา เด กาลี (4), เดปอร์ติโบ กาลี (2), อัตเลติโก นาซิอองนาล (1)

6.ชิลี : แชมป์ 1 ครั้ง

แชมป์ (1) : โคโล โคโล่
รองแชมป์ (5) : โคเบรลัว (2), โคโล โคโล่ (1), ยูเนี่ยน เอสปันญอล่า (1), ยูนิเวอร์ซิดาด คาโตลิก้า (1)

7.เอกวาดอร์ : แชมป์ 1 ครั้ง

แชมป์ (1) : แอลดียู กีโต (1)
รองแชมป์ (2) : บาร์เซโลน่า กัวยากิล (2)

8.เปรู : แชมป์ 0, รองแชมป์ 2

รองแชมป์ (2) : ยูนิเวอร์ซิตาริโอ (1), สปอร์ติ้ง คริสตัล (1)

9.เม็กซิโก : แชมป์ 0, รองแชมป์ 2

รองแชมป์ (2) : ครูซ อาซูล (1), กัวดาลาฮาร่า (1)

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : สตาร์ซอคเก้อร์

จำนวนเรื่อง : 26
All post : 66
All view : 89,955
คอลัมน์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2011

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263