คอลัมน์ : สปอร์ตวาไรตี้ โดย.. นาร์ซีส์ซัส
แมตช์สุดยอดเมืองเบียร์ครึ่งซีซั่นแรก
01/01/2011 18:46:45 น.


 

ช่วงนี้นักเตะสโมสรในลีกเยอรมัน เตรียมกลับมารวมตัวฝึกซ้อมกันอีกรอบ หลังจากพักเบรคหนีหนาว และกลับไปเยี่ยมครอบครัวช่วงคริสต์มาส กับปีใหม่ ก่อนศึกบุนเดสลีกา จะเปิดครึ่งหลังของฤดูกาลวันที่ 15 มกราคม

 

วันนี้เราจะย้อนกลับไปดูช่วงการแข่งขันช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ว่ามีคู่ใดบ้างที่น่าสนใจ หรือยิงกันกระจุยกระจายแค่ไหน ทั้งในบอลลีก และบอลถ้วย เพื่อคลายความคิดถึงที่จากนี้อีก 2 สัปดาห์ก็ยังจะไม่มีเกมลูกหนังจากเมืองเบียร์ให้ได้ติดตามกันเหมือนเดิม
 


เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท 3 - เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค 6

 

เป็นการเตะส่งท้ายปี 2010 ของ "เสือใต้" เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งได้ดับเบิ้ลแชมป์ในปีนั้น และการป้องกันตำแหน่งรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พวกเขาก็บุกไปเชือด "ม้าขาว" เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ที่เหลือ 9 คน ถึงถิ่น 6-3 แม้ครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายเสมอกัน 2-2

 

แมตช์นี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 3 วัน หลังจากบาเยิร์นบุกมาเชือดสตุ๊ตการ์ทถึง แมร์เซเดส เบนซ์ อารีน่า 5-3 ในศึกบุนเดสลีกา ทำให้ 3 เกมที่ บรูโน่ ลาบบาเดีย อดีตหัวหอก "เสือใต้" คุมทัพ "ม้าขาว" ยิงถึง 11 เสีย 12 ประตู โดยนัดสุดท้าย อันเดรียส์ อ็อตเติ้ล รวมถึง มาริโอ โกเมซ อดีตเด็กเก่าสตุ๊ตการ์ท ยิงในนาทีที่ 6 กับ 8 บาเยิร์นจึงนำก่อน 2-0 แต่ พาเวล โพเกร็บเนี๊ยค กองหน้ารัสเซีย ซัดคนเดียว 2 ลูก ช่วงนาทีที่ 32 และ 45 ให้เจ้าถิ่นตามตีเสมอ 2-2 อย่างไรก็ตาม มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยิงนาทีที่ 52 ส่งทีมเยือนขึ้นนำอีกหน

 

นาทีที่ 67 คาลิด บูลาห์รูซ กองหลังชาวดัตช์ ได้ใบเหลือง-แดง แถม คริสเตียน เกนท์เนอร์ มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมสตุ๊ตการ์ท สังหารจุดโทษพลาดนาทีที่ 74 ถึง  3 นาทีต่อมา มาติเยอ เดลปิแอร์ โหม่งตีเสมอ 3-3 แต่บาเยิร์นทวงคืน 3 ลูกรวด จาก โธมัส มุลเลอร์ (นาทีที่ 81), โคลเซ่ (86) และ ฟร้องค์ ริเบรี่ (90) ผู้ซึ่งแมตช์นี้จ่ายให้เพื่อนซัดำปแล้ว 3 ประตู โดยนาทีที่ 87 เดลปิแอร์ถูกไล่ออกไปอีกคน จบเกม "ม้าขาว" ซึ่งเหลือ 9 คน เลยพ่ายแบบขาดลอย 3-6

ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น 3 - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 6

 

หนึ่งใน 2 เกมที่ "สิงห์หนุ่ม" ชนะคู่แข่งตอนทำศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ และมันเป็นแมตช์ที่ มิชาเอล บัลลัค อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมัน เปิดตัวในสนาม ไบ อารีน่า หลังย้ายกลับมาอยู่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น หนที่ 2 เมื่อ 28 สิงหาคม

 

ก่อนหน้านี้มึนเช่นกลัดบัคไม่เคยชนะเลเวอร์คูเซ่นในบุนเดสลีกาได้เลย 27 แมตช์ติดต่อกัน หรือตั้งแต่บุกเชือด 1-0 เมื่อ 5 มีนาคม 1994 แต่เพียงแค่ครึ่งแรกพวกเขาก็นำเจ้าถิ่น 3-1 จากผลงานของ พาทริค แฮร์มันน์ คนเดียว 2 ประตู (นาทีที่ 20 กับ 44) รวมถึง โรเอล บรูเวอร์ส (น.40) ขณะเลเวอร์คูเซ่นของกุนซือ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส อดีตตำนาน "สิงห์หนุ่ม" ได้คืนจาก เอเร็น แดร์ดิย็อค หัวหอกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในนาทีที่ 24 เปิดครึ่งหลังมา 10 นาที ฮวน อรานโก้ มิดฟิลด์ทีมชาติเวเนซูเอล่า ก็กระซวกฟรีคิกให้ผู้มาเยือนนำห่าง 4-1

 

อาร์ตูโร่ วิดัล นักเตะทีมชาติชิลี สังหารจุดโทษนาทีที่ 58 ช่วยให้เลเวอร์คูเซ่นไล่มาเป็น 4-2 แต่ 2 นาทีให้หลัง โมฮัมมาดู อิดริสซู อดีตกองหน้าทีมชาติแคเมอรูน ซึ่งจ่ายไปแล้ว 2 ลูก ก็ซัดเองให้ "สิงห์หนุ่ม" ทิ้งห่าง 5-2 นาทีที่ 63 บัลลัคจึงถูกเปลี่ยนออกด้วยความเซ็ง 6 นาทีต่อมา มาร์โค รอยส์ ทำประตูที่ 6 ของฝ่ายอาคันตุกะ แม้นาทีที่ 70 สเตฟาน คีสลิงก์ ยิงคืนมาได้อีก แต่ไม่มีผลอะไร เพราะพวกเขาถูกทุบคารัง 3-6

เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท 7 - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 0

 

เหลือเชื่อมากที่หลังบุกถล่ม ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ถึงถิ่น 6-3 เพียงแค่ 20 วัน โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค กลับมาโดนถลุงเละในการเล่นนอกบ้านหนถัดมา เมื่อ 18 กันยายน ด้วยฝีเท้าของพลพรรค "ม้าขาว" เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ซึ่งก่อนหน้านั้นพ่ายมาแล้ว 3 เกมรวด

 

ก่อนหน้านั้น สตุ๊ตการ์ทไม่เคยพ่าย "สิงห์หนุ่ม" 9 แมตช์ติดต่อกัน พอพบกันพวกเขาก็ชนะศึกบุนเดสลีกาครั้งแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ และเป็นการคว้าชัยด้วยสกอร์ขาดลอยมากสุดในฤดูกาลชองลีกอีกต่างหาก เกมดังกล่าว พาเวล โพเกร็บเนี๊ยค กองหน้าทีมชาติรัสเซีย ทำแฮ็ตทริกด้วย จากการซัดนาทีที่ 2, 55 และ 60 ซึ่งตลอดการเตะลีกเยอรมัน 41 นัด ยิงได้ 11 ประตูของเขา เจ้าตัวไม่เคยทำเกินแมตช์ละ 1 ลูกเลยด้วยซ้ำ คราวนี้คือหนแรกในแผ่นดินเยอรมัน และเป็นแฮ็ตทริกไปเลย

 

ส่วนอีก 4 รายที่ทำสกอร์ใส่มึนเช่นกลัดบัคได้เช่นกัน คือ ยอร์ก นีเดอร์ไมเยอร์ (นาทีที่ 21) เซนเตอร์แบ๊ก, ซดราฟโก้ คุซมาโนวิช (น.64) มิดฟิลด์ทีมชาติเซอร์เบีย, มาติเยอ เดลปิแอร์ (น.73) กองหลังชาวฝรั่งเศส และ ชิเปรียน มาริก้า (น.80) หัวหอกทีมชาติโรมาเนีย ครั้งสุดท้ายที่ "สิงห์หนุ่ม" แพ้ "ม้าขาว" ยับเยินขนาดนี้ ต้องย้อนไปไกลถึงวันที่ 15 สิงหาคม 1987 ตอนนั้นพวกเขาโดนเจ้าบ้านขย้ำ 0-6 โดย เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เป็นผู้ทำแฮ็ตทริกได้เช่นกัน และหนึ่งในแนวรับมึนเช่นกลัดบัคชื่อ มิชาเอล ฟร้อนท์เซ็ค ซึ่งปัจจุบันคือกุนซือของพวกเขานั่นเอง

เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก 3 - 1. เอฟเอสเฟา ไมนซ์ 05 4

 

มันคือการคุมทัพลงเล่นในบ้านครั้งแรกของ สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือชาวอังกฤษของ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก นักเตะใหม่ในทีมอย่าง มาริโอ มันด์ซูคิช, ซิเซโร่, ซิโมน เคียร์ และ ดิเอโก้ ก็ได้เหยียบ โฟล์คสวาเก้นอารีน่า หนแรกเช่นกัน แต่กลับต้องแพ้ เอฟเอสเฟา ไมนซ์ 05

 

เจ้าถิ่นนำก่อน 3-0 ในการยิงแค่ 7 นาที เริ่มต้นจาก เอดิน เซโก้ กองหน้าทีมชาติบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา ซัดคนเดียว 2 ประตู (นาทีที่ 23 กับ 27) และดิเอโก้ (น.30) ซึ่งฉลองการประเดิมนัดแรกให้สโมสรด้วยการทำสกอร์แรก แต่ 9 นาทีหลังจากนั้นมันคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่แฟนบอลโวล์ฟสบวร์กไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม เพราะ มอร์เท่น ราสมุสเซ่น กองหน้าเดนมาร์ก ก็ตีไข่แตกให้ไมนซ์ (นับถึงตอนนี้เขายังยิงไม่ได้อีกเลย) แถมเข้าสู่ครึ่งหลังทีมเยือนก็ยิงสลุดอีก 3 ประตูจาก เอลกิ้น โซโต้ (น.48), อันเดร ชูร์เล่ (น.58) กับ อดัม ซาไล (น.85)

 

การพลิกชนะโวล์ฟสบวร์กถึงถิ่นหนที่ 2 (นัดแรกคือ 3 พฤษภาคม 2006 สกอร์ 3-0) ทำให้ไมนซ์ติดกลุ่มนำอย่างเหลือเชื่อ และสามารถรักษาตำแหน่งใน 2 อันดับแรกจนทุกวันนี้ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือของพวกเขา ถูกจับตามองอย่างกว้างขวางว่าเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ฝีมือดี แต่ทางด้านโวล์ฟสบวร์กกว่าจะได้คะแนนแรกของฤดูกาลก็ต้องรอหลังจากนั้นอีก 21 วัน โดยชนะ ฮันโนเวอร์ 96 ด้วยสกอร์ 2-0 ส่วนปัจจุบัน "หมาป่า" ยังอยู่อันดับ 13 ตามหลังไมนซ์ 14 คะแนน จนมีข่าวว่าแม็คคลาเรนอาจอยู่ในโฟล์คสวาเก้นอารีน่าไม่จบฤดูกาลนี้

คิกเกอร์ส ออฟเฟนบัค 0 - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0 (หลังต่อเวลา 120 นาที ออฟเฟนบัคชนะดวลลูกโทษ 4-2)

 

ปัจจุบัน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือจ่าฝูงที่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์บุนเดสลีกา เพราะนำห่าง 1. เอฟเอสเฟา ไมนซ์ 05 และ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น อันดับ 2 กับ 3 อยู่ถึง 10 คะแนน แต่พวกเขาคงไม่ลืม คิกเกอร์ส ออฟเฟนบัค ซึ่งล่าสุดอยู่อันดับ 3 ของลีกาสาม

 

สโมสรซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ 181.2 กิโลเมตร มี อันเดรียส์ โมลเลอร์ ตำนานนักเตะ "เสือเหลือง" เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา เทรนเนอร์คือ โวล์ฟกัง โวล์ฟ ซึ่งเคยคุม เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก, 1. เอฟเซ เนิร์นแบร์ก กับ 1. เอฟเซ ไกเซอร์สเลาเทิร์น พวกเขาสามารถขัดขวางไม่ให้ดอร์ทมุนด์ได้แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาลนี้ ด้วยการเขี่ยตกรอบ 2 เมื่อ 27 ตุลาคม โดย โรเบิร์ต วุลนิคอฟสกี้ นายทวารชาวเยอรมัน ผู้เกิดในโปแลนด์ และอดีตเด็กปั้น เอฟเซ ชาลเก้ 04 คู่อริตลอดกาลของ "เสือเหลือง" เซฟจุดโทษได้ถึง 2 ครั้งจาก ลูคัส บาร์ริออส กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 

ฮีโร่คนอื่นในเกมนั้นชองออฟเฟนบัค คือ นิโคลัส เฟลด์ฮาห์น, มาร์โค โคปิลาส, โธมัส ราธเกเบอร์ และ เซอัด เมอิช 4 ผู้สังหารเข้าเป้าทั้งหมด ขณะ สเตฟเฟ่น ฮาส ผู้ยิงคนแรก ซัดพลาดเป้า ส่วนคนที่ยิงเข้าของดอร์ทมุนด์มี นูรี่ ซาฮิน กับ ดาเมียง เลอ ตัลแล็ก มันคงน่าเจ็บใจพิลึกที่อุตส่าห์ลอยลำเป็นแชมป์บุนเดสลีกาในรอบ 9 ปี แต่กลับพลาดการได้ดับเบิ้ลแชมป์เพราะการพ่ายทีมลีกาสามเพราะ 120 นาทีไม่สามารถส่งบอลผ่านมือวุลนิคอฟสกี้ได้เลย แต่ออฟเฟนบัคจะผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้าย เดเอฟเบ โพคาล หรือไม่ ต้องรอดูการเจอเนิร์นแบร์กวันที่ 19 มกราคมนี้

เอเนอร์กี้ ค็อตบุส 5 - คาร์ลสรูห์ เอสเซ 5

 

ปิดท้ายด้วยเกมลีกาสองในนัดที่ 3 ของฤดูกาล ระหว่าง เอเนอร์กี้ ค็อตบุส เจ้าถิ่น และ คาร์ลสรูห์ เอสเซ ผู้มาเยือนจากแดนไกล เมื่อ 13 กันยายน เพราะคู่นี้ยิงรวมกัน 10 ประตู แต่ไม่มีใครโดนไล่ออก ไม่มีใครทำแฮ็ตทริก และมีรายเดียวที่ยิงถึง 2 ลูก

 

หนึ่งเดียวคนนั้นชื่อ นิลส์ เพเตอร์เซ่น หัวหอกค็อตบุส ผู้ยิงได้ตั้งแต่นาทีแรก และนาทีที่ 70 ส่วนอีก 3 รายที่ซัดให้เจ้าถิ่นคือ มาร์ค-อันเดร ครุสก้า (น.16) มิดฟิลด์, เส้า เจียอี้ (น.66) นักเตะจีน กับ จูลส์ ไรเมริงค์ (น.73) กองหน้าฮอลแลนด์ ซึ่งเพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงสนามเพียง 2 นาที มันคือเกมแรกจาก 14 นัดในลีกาสองของเขา แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถพังตาข่ายได้อีกเลย ขณะคาร์ลสรูห์ได้สกอร์จาก แม็คออลี่ย์ คริซานตุส (น.26) หัวหอกไนจีเรีย, มิชาเอล มุตเซิ่ล (29), อันตัน ฟิงค์ (น.34), อเล็กซานเดอร์ เอียชวิลี่ (น.40) กองหน้าจอร์เจีย กับ ติโม สตัฟเฟลด์ท (น.55)

 

สรุปคือค็อตบุสนำก่อน 2-0 ก่อนโดนยิง 5 ประตูรวด ก่อนจะตามตีเสมอด้วยการกด 3 ลูกใน 7 นาที หลังจากนั้นคาร์ลสรูห์ไม่เสมอเมื่อทำศึกลีกาสองอีกเลยจนถึงปัจจุบัน แถมกุนซือ มาร์คุส ชุปป์ ยังโดนไล่ออกไปแล้วด้วย แมตช์นี้ยังเป็นการเตะลีกาสองครั้งแรกของ คริสโตเฟอร์ เหงียน กองหน้าลูกครึ่งเยอรมัน-เวียดนาม แต่จนถึงตอนนี้เขาลงสนามไปแล้ว 6 นัด ยังยิงไม่ได้ แถมคาร์ลสรูห์เพิ่งชนะหนเดียวเท่านั้น
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซีส์ซัส

จำนวนเรื่อง : 183
All post : 279
All view : 1,179,156
คอลัมน์ นาร์ซีส์ซัส

? Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263