
หลังจากนั้นก็มีความคิดเห็นจากหลายฝ่ายออกมามากมาย ทั้งแสดงความยินดี และวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา แต่สิ่งที่ผู้คนทั่วโลกเฝ้าจับตามองนับจากนี้ไป นั่นคือความสวยงามโอ่อ่าของสนามที่จะใช้ฟาดแข้งของตัวแทนทุกทีมจากทุกทวีปที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย
งานนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันของรัสเซียเตรียมทุ่มเงิน 2,900 ล้านยูโร (113,912 ล้านบาท) เพื่อเตรียมการสร้างสนามฟุตบอลใหม่ถึง 9 แห่ง รวมกับสนามที่มีอยู่เดิม 7 แห่ง ไฮไลท์จะอยู่ที่ ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม กรุงมอสโก ซึ่งมีความจุมากสุด คือ 89,318 ที่นั่ง โดยจะใช้เป็นสังเวียนนัดเปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2018 นอกจากนี้สนามกีฬาโอลิมปิกโซชี่ ที่สร้างเพื่อใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 จะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
ส่วนประเทศเศรษฐีน้ำมันอย่างกาตาร์ มีแผนลงทุน 2,300 ล้านยูโร (90,344 ล้านบาท) สำหรับฟุตบอลโลก 2022 เวอร์ชั่นทะเลทราย เพื่อเนรมิตสเตเดี้ยมใหม่ 12 แห่งด้วยกัน โปรเจคท์น่าตื่นตาตื่นใจคือสนามฟุตบอลติดแอร์!! โดยจะนำพลังงานโซลาร์เซลล์มาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในการปรับลดอุณหภูมิเหลือ 27 องศาเซลเซียส ทำให้นักเตะและแฟนบอลในสนามไม่ต้องทนกับสภาพอากาศแถบทะเลทรายที่ร้อนหูดับตับไหม้ถึง 50 องศา
ได้เห็นรูปเห็นร่างของสนามที่จะใช้ฟาดแข้งในอนาคตแล้ว อยากจะเร่งวันเวลาให้ฟุตบอลโลกเวียนมาถึงเร็วๆจริงๆ...
โฉมหน้าสนามอีก 12 ปีข้างหน้าในดินแดนกาตาร์
สนามอัล วัค-ราห์: โปรเจคนี้ประกอบด้วยสนามฟุตบอล 45,000 ที่นั่ง ศูนย์กีฬาทางน้ำ, ช้อปปิ้งมอลล์และสำนักงาน โดยน่าจะสร้างแถวทางใต้ของประเทศ
อัล-คอร์ สเตเดี้ยม: มองจากด้านบนจะเหมือนเปลือกหอยสีขาว สนามนี้จะตั้งอยู่แถบตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับผู้ชมได้ 45,330 คน
สนามอัล เรย์ยาน: พิ้นผิวด้านนอกจะเป็นจอขนาดยักษ์ล้อมรอบ ไว้โชว์รูปนักเตะและคอยบอกข้อมูลต่างๆให้แฟนบอลนอกสนามได้ชมกัน รองรับผู้ชมได้ 44,740 คน
สนามอัล-ชามาล: ตั้งอยู่ริมทะเล เมื่อมองจากด้านนอกจะเหมือนเรือขนาดยักษ์ รองรับผู้ชมได้ 45,120 คน
อัล การาฟา สเตเดี้ยม: จะปรับปรุงอารีน่าเดิมในเมืองโดฮาให้ใหญ่ขึ้น โดยเพิ่มเป็น 44,740 ที่นั่ง รูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายกับตระกร้าสานหลากสี ซึ่งมาจากสีธงชาติของประเทศที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ การเคารพและความเข้าใจ
16 สนาม ใน 13 เมือง แห่ง "แดนหมีขาว"
ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม: สนามเหย้าทีม สปาร์ตัก มอสโก ได้รับมาตรฐานความสะอาดระดับ 5 ดาวจากฟีฟ่า
สปาร์ตัก สเตเดี้ยม: สังเวียนแข้งแห่งใหม่ในกรุงมอสโก รองรับผู้ชมได้ 47,000 คน
ฟีฟ่า สเตเดี้ยม มอสโก: มีแผนสร้างเพื่อจุแฟนบอล 44,257 คน
ดินาโม สเตเดี้ยม: สนามเหย้าในอนาคตของทีม ดินาโม มอสโก รองรับผู้ชมได้ 44,920 คน
สเตเดี้ยมใหม่ในเมือง ยาโรสลาฟล์ รองรับผู้ชมได้ 44,000 คน
สนามในอนาคตนี้ตั้งอยู่ที่เมือง โวลโกกราด ติดแม่น้ำโวลกา สายที่ยาวสุดในทวีปยุโรป รองรับผู้ชมได้ 45,015 คน
ซารันสค์ สเตเดี้ยม: มีจุดเด่นที่สีสันมองเห็นแต่ไกล รองรับผู้ชมได้ 45,000 คน
โอลิมปิก สเตเดี้ยม: สร้างเพื่อใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 และจะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก ตั้งอยู่เมืองโซชี่ บ้านเกิด โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี รองรับผู้ชมได้ 43,702 คน
สนามใหม่ในเมืองรอสตอฟ จุดเด่นคือหลังคารูปเครื่องหมายคำถาม รองรับผู้ชมได้ 43,702 คน
เมทัลเลิร์ก สเตเดี้ยม: เมืองซามารา จะถูกบูรณะใหม่เพื่อรองรับแฟนบอล 44,000 คน
สนามใหม่ติดแม่น้ำโวลกา แห่งแคว้นโนฟโกรอด รองรับผู้ชมได้ 44,899 คน
อารีน่าแห่งใหม่ในนคร เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถูกล้อมรอบโดยแม่น้ำทั้ง 3 ด้าน รองรับผู้ชมได้ 62,000 คน
ครัสโนดาร์ สเตเดี้ยม: ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวและใกล้ชิดแม่น้ำ รองรับผู้ชมได้ 50,015 คน
สนามเหย้าของ รูบิน คาซาน ทีมในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก จะต่อเติมให้รองรับแฟนบอลได้ 45,105 คน
ฝาแฝด อัลลิอันซ์ อารีน่า แห่งนี้ตั้งอยู่ที่แคว้น คาลินินกราด รองรับผู้ชมได้ 45,015 คน
อูรัลมาช สเตเดี้ยม: ในเมืองเยคาเตรินเบิร์ก แถบตะวันออกของรัสเซีย รองรับผู้ชมได้ 44,000 คน
