คอลัมน์ : ตีท้ายข่าว โดย.. นาร์ซีส์ซัส
เมื่อฟุตบอลโลกไปจัดในรัสเซีย และกาตาร์
03/12/2010 15:22:00 น.


 

หลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศผลการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 ออกมาเมื่อกลางดึกวันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม ก็ทำเอาหลายฝ่ายประหลาดใจกันพอสมควร

 

ผลโหวตคราวนี้ทำให้ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น หรือ อังกฤษ ต้องหน้าแตกไปตามๆกัน เพราะพวกเขาถูกมองเป็นตัวเต็ง แต่กลายเป็นว่าปี 2018 ฟุตบอลโลกจะแข่งขันในรัสเซีย ขณะเดียวกัน ฟุตบอลโลก 2022 เจ้าภาพก็คือ กาตาร์ ประเทศเล็กๆจากตะวันออกกลาง ซึ่งศักยภาพหลายอย่างแตกต่างจากถิ่นหมีขาวพอสมควร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกัน คือฐานะทางการเงินร่ำรวย และเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของภูมิภาคตัวเอง

 
ตอนแรกบอกไม่อยากมากดดัน แต่พอได้เป็นเจ้าภาพ ปูตินก็รีบบินมาขอบคุณฟีฟ่าทันที

สำนักข่าวหลายแห่งได้เสนอถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง และเหตุผลที่ทั้งสองประเทศได้รับเลือก เช่นเดียวกับที่มีการพูดถึงเช่นกันว่าเป็นการเลือกหลังเหตุอื้อฉาวเรื่อง อามอส อดามู เจ้าหน้าที่ฟีฟ่าชาวไนจีเรีย กับ เรย์นัลด์ เทมาริล รองประธานฟีฟ่า ชาวนิวซีแลนด์ ถูกกล่าวหากรณีขายเสียงตัวเองในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลกคราวนี้ จนถูกสั่งแบน ขณะคณะกรรมการอีก 3 คน รับสินบนจากบริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์ด้านการตลาดของการแข่งขัน

 

ผลการตัดสินจากฟีฟ่าที่ออกมาจึงถูกเพ่งเล็งมากว่ามีเรื่องเงินทอง หรือความกดดันจากผู้นำประเทศ เข้ามาเกี่ยวข้องตามข่าวลือจริงๆหรือเปล่า เพราะหัวหน้าทีมหาเสียงของรัสเซียคือ วลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรี (และว่าที่ประธานาธิบดีคนถัดไป???) แม้เจ้าตัวออกข่าวไม่เข้าร่วมงานโหวตที่สำนักงานใหญ่ของฟีฟ่า ในกรุงซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากไม่อยากถูกครหาว่าใช้อิทธิพลกดดันเพื่อให้พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพ

 

ปูตินเป็นผู้รับประกันแผนการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกของรัสเซีย และประกาศเดินทางมาขอบคุณต่อฟีฟ่าด้วยตัวเองทันทีหลังประเทศได้รับเลือก ซึ่งตามปกติแล้วหน้าที่ทั้งหมดควรเป็นของ ดีมิทรี่ เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีมากกว่า แต่ทั่วโลกต่างรู้ดีว่าปูตินใหญ่กว่าเมดเวเดฟ และฝ่ายหลังเป็นเพียงหุ่นเชิดช่วงที่เขาเว้นวรรคการเป็นผู้นำสูงสุดเท่านั้น ปัจจุบันปูตินก็ยังเป็นผู้นำของ ยูไนเต็ด รัสเซีย พรรคการเมืองที่ใหญ่สุดของรัสเซีย

 
สมเด็จเจ้าฟ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ เสด็จมาเก้อเพราะอังกฤษไม่ได้รับการโหวตในคราวนี้

นิตยสาร ไทม์ เคยขนานนามปูตินเป็น "กษัตริย์แห่งรัสเซียสมัยใหม่" ส่วนหนังสือพิมพ์ คอมเมอร์ซานต์ ของรัสเซีย อ้างข้อมูลจากเว็บ วิกิลีคส์ ที่เผยนักการทูตสหรัฐเรียกเมดเวเดฟ เป็นผู้นำที่ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ขณะปูตินได้ชื่อว่าเป็นจ่าฝูง และยังคงมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในการชี้นำประเทศ เขาคือผู้คุมสื่อ เคยยึดทรัพย์จากเศรษฐีฝ่ายตรงข้าม แล้วสร้างเครือข่ายของน้ำมันให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนปูตินเพราะเชื่อว่าคนที่เคยเป็นคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ (เคจีบี) ไม่มีทางโกง และทำทุกอย่างเพื่อชาติ

 

ไม่ว่าปูตินจะใช้อำนาจทางการเมืองกดดันฟีฟ่าหรือไม่ แต่ความที่เป็นตัวเขา ก็มีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการฟีฟ่าไม่มากก็น้อย ถ้าหากเป็นเมดเวเดฟ ผลอาจออกมาเป็นแบบอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อสนับสนุนที่ดีเช่นกันในการให้รัสเซียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งแรก พวกเขาคือหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของยุโรป แม้จะไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 แต่ปัจจุบันอยู่อันดับ 13 ของฟีฟ่า เคยได้อันดับ 4 ฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 1956 ที่เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย กับ 1988 ที่โซล, เกาหลีใต้  รวมทั้งแชมป์ยุโรป 1960 ที่ฝรั่งเศส ทั้งหมดเกิดขึ้นสมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต พอแยกประเทศเป็นรัสเซียเมื่อปี 1992 ดีที่สุดก็แค่เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2 หน แต่ไม่เคยเข้ารอบ 2 ส่วนระดับสโมสร ซีเอสเคเอ มอสโก กับ เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สามารถครองแชมป์ ยูฟ่า คัพ ปี 2005 และ 2008

 

สนามหลายแห่งของรัสเซียก็มีขนาดใหญ่ ได้มาตรฐาน โดยไม่ต้องสร้างใหม่ เช่น ลุซนิกิ สเตเดี้ยม จุได้ 89,318 คน การไปสู่ประเทศใหม่ๆก็เป็นนโยบายของฟีฟ่า แบบเดียวกับที่เคยให้แอฟริกาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปีนี้ โอลิมปิกก็เกิดขึ้นครั้งแรกในจีนไปแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อน และปี 2016 จะจัดหนแรกในอเมริกาใต้ ที่บราซิล ฟุตบอลโลกไม่เคยเกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก และรัสเซียได้ชื่อว่าเป็นประเทศใหญ่สุดของโลก ด้วยพื้นที่ 17,098,242 ตารางกิโลเมตร ประชากรมากสุดอันดับ 9 คือประมาณ 142 ล้านคน การมาเปิดตลาดที่นี่ของฟีฟ่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

 
เชค ฮามัด บิน คอห์ลิฟะห์ อัล ทานี กับ เชคเคาะห์เมาซา บินด์ เนเซอร์ อัลมิสนัด พระชายาพระองค์ที่ 2 ทรงรับมอบถ้วยฟุตบอลโลกเป็นสัญญลักษณ์ของเจ้าภาพ

แต่ที่ฟีฟ่าโดนวิจารณ์มากคือการให้กาตาร์เป็นเจ้าภาพในอีก 12 ปีข้างหน้า พวกเขามีขนาดแค่ 11,437 ตารางกิโลเมตร หรืออันดับ 164 ของโลก ประชากรก็มีแค่ 1,696,563 คน หรืออันดับ 148 ของโลก แต่มีรายได้ต่อหัว 68,871 เหรียญสหรัฐ สูงสุดอันดับ 2 ของโลก ร่ำรวยจากการขายน้ำมัน ปุ๋ย ก๊าซ และเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันอยู่อันดับ 113 ของฟีฟ่า เคยประสบความสำเร็จด้านลูกหนังครั้งเดียวจากการคว้ารองแชมป์เยาวชนโลกปี 1981 ที่ออสเตรเลีย นอกจากนั้นคือแชมป์ กัลฟ์ คัพ ปี 1992 กับ 2004 ซึ่งทั้งสองครั้งพวกเขาเป็นเจ้าภาพ กาตาร์ยังเคยจัดศึก เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ ปี 1988 และ 2011 รวมถึง เอเชี่ยน เกมส์ ครั้งที่ 15 เมื่อปี 2006 ขณะปี 2013 จะเป็นเจ้าภาพ เอเชี่ยน อินดอร์ มาร์เชี่ยล อาร์ทส์ เกมส์ ครั้งที่ 1 หลังจากศึกเอเชี่ยน อินดอร์ เกมส์ ซึ่งเดิมทีพวกเขาได้จัดในปี 2011 ถูกยกเลิกการแข่งขัน

 

กาตาร์โดนสื่อโจมตีเละเรื่องความพร้อมในการจัดฟุตบอลโลก เพราะพวกเขาต้องสร้างสนามใหม่หลายแห่ง และเพิ่มความจุอีก 5 สนาม รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับอากาศที่ร้อนจัด 50 องศาเซลเซียส เช่นมีแผนสร้างสังเวียนแข้งบางเมืองให้กลายเป็นเกาะอยู่กลางทะเลสาบ นำแสงแดดมาเป็นกระแสไฟเพื่อใช้สำหรับเครื่องปรับอากาศ แต่เรื่องเงินทุน หรือการสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะประธานองค์กรแห่งนี้คือ โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม เป็นชาวกาตาร์ และเป็นสมาชิกผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าตั้งแต่ปี 1996

 
บิลล์ คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ทำหน้าเซ็งเพราะต้องแพ้ให้ประเทศอย่างกาตาร์

นอกจากนั้นกาตาร์ยังมี เชค ฮามัด บิน คอห์ลิฟะห์ อัล ทานี พระประมุขปกครองรัฐองค์ปัจจุบัน ซึ่งเสด็จมาร่วมงานที่ฟีฟ่า และรับมอบสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพด้วยพระองค์เอง แถมชาวมุสลิมทั่วโลกพร้อมหนุนหลังด้วย เพราะไม่มีชาติที่เป็นอิสลามเคยจัดฟุตบอลโลกมาก่อน แม้จะโดนค่อนขอดจากสื่ออเมริกัน ซึ่งเป็นฝ่ายแพ้ในการโหวตรอบ 4 แบบขาดลอย แต่ก็เข้าใจได้เช่นกันว่าฟีฟ่าคงไม่อยากให้ลุงแซมได้สิทธิ์หนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ เพราะหลังเคยจัดฟุตบอลโลกปี 1994 วงการลูกหนังของประเทศดังกล่าว รวมถึงทั้งภาคพื้นคอนคาเคฟ ก็ไม่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

 

กาตาร์อาจไม่ได้รับการร่วมมือจากประเทศเดียวคืออิสราเอล ซึ่งไม่ถูกกันด้วยเรื่องศาสนาเท่านั้น แต่ไม่มีผลใดอยู่แล้ว เพราะด้วยเงินทุน และแรงสนับสนุนทั้งหมดที่มี ขนาดมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ยังขวางการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซีส์ซัส

จำนวนเรื่อง : 154
All post : 255
All view : 1,062,051
คอลัมน์ นาร์ซีส์ซัส
วิดัล: โด่งดังได้ แม้มาจากสลัม
ปัญหาระหว่างชาลเก้ และมากัธ
นาร์ซีส์ซัส
ปัญหาระหว่างชาลเก้ และมากัธ

View : 6,224 Post : 1
ฟุตบอล และศาสนา
นาร์ซีส์ซัส
ฟุตบอล และศาสนา

View : 4,143 Post : 0

? Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263