คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. NAKUNTA
เส้นทางของ แอนดี้ คาร์โรลล์ - จากแบ็กซ้ายสู่ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ
20/11/2010 13:55:03 น.


     อังกฤษ พบ ฝรั่งเศส ในเกมกระชับมิตร ที่ เวมบลีย์ ในช่วงหน้าหนาว และนักเตะหนุ่มชาวจอร์ดี้คนหนึ่งได้ลงสนามให้ทีมชาติเป็นครั้งแรก ในเดือนกุมภาพันธ์ 1992 เป็นคราวของ อลัน เชียเรอร์ แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2010 เป็นคิวของ แอนดี้ คาร์โรลล์ ผู้เป็นแฟนบอล นิวคาสเซิ่ล ตั้งแต่สมัยเด็ก อดีตผู้ถือตั๋วปีฝั่งอัฒจันทร์ มิลเบิร์น สแตนด์ และอดีตเด็กเก็บบอล


แบ็กซ้ายของ โลว์ เฟลล์ ได้กลายเป็นกองหน้าตัวเป้าคนใหม่ของ อังกฤษ หลังการก้าวขึ้นมาอย่างน่าทึ่งที่ทำให้เขาได้รับเสื้อหมายเลข 9 ของ "เดอะ แม็กพายส์" อันโด่งดังไปแล้ว แต่ไม่เหมือน เชียเรอร์ ที่เป็นขวัญใจของ คาร์โรลล์ และบางทีอาจเป็นนักเตะหมายเลข 9 ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เจ้าหนุ่มรายนี้ที่ได้ลงเป็นตัวจริงให้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ เมื่อคืนวันพุธ ไม่เคยเล็ดรอดจากมือสโมสรไป

 

ขณะที่ เชียเรอร์ ย้ายไปร่วมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน หลังจากทำผลงานไม่เข้าตาในการทดสอบฝีเท้ากับ นิวคาสเซิ่ล ก่อนที่หลังจากนั้นไม่กี่ปี จะย้ายกลับมาด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ เป็นสถิติของเกาะอังกฤษในสมัยนั้น แต่ คาร์โรลล์ อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และตอนที่เขายืนเข้าแถวร้องเพลงชาติโดยมีสิงโตสามตัวอยู่ที่หน้าอก คนหลายล้านคนที่ดูอยู่เป็นคนที่สมควรภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอาชีพที่โดดเด่นของเขา

 

หลังจากเกิดใน เกทส์เฮด จากพ่อ โธมัส และแม่ ซูซาน เมื่อวันที่ 6 มกราคม 1989 แอนดี้ เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีตั้งแต่อายุน้อยที่ ไบรท์ตัน อเวนิว ไพรมารี่ สคูล และ โจเซฟ สวอน สคูล เขาย้ายไปร่วมทีม เร้ดเฮฟ บอยส์ คลับ และต่อมาคือ โลว์ เฟลล์ จูเนียร์ส แต่ย้อนกลับไปตอนนั้น เขาเป็นนักเตะที่ต่างจากศูนย์หน้าตัวเป้าร่างสูงใหญ่ที่เขาเป็นตอนนี้มาก

 

"เขาตัวเล็กมาก" อลัน จาร์วิส ชายผู้แนะนำเขาให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ครั้งแรก เกินกว่า 10 ปีก่อน กล่าว "ที่จริงอาจไม่เล็กมาก แต่เขาถือว่าตัวเล็ก เขาเป็นมิดฟิลด์กราบซ้ายตัวเล็กที่มีทักษะ พร้อมด้วยพรสวรรค์และความสามารถอันยอดเยี่ยม ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่า เขาจะกลายเป็นกองหน้าตัวเป้าที่สูงถึง 6 ฟุต 4 นิ้ว"

 

แต่ จาร์วิส ที่เป็นโค้ช วอลล์เซนด์ บอยส์ คลัล รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ยังจำวันที่เขามองเด็กคนนี้เล่นอย่างโดดเด่นให้ โลว์ เฟลล์ จูเนียร์ส ในเกมที่พบทีมของเขา "ผมรู้ว่าวันนั้นผมได้เห็นอะไรที่แตกต่าง นักเตะที่มีบางอย่างที่คนอื่นไม่มี"

 

ดังนั้นด้วยความที่ยังตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น จาร์วิส จึงโทรศัพท์ไปหา ปีเตอร์ เคิร์คลี่ย์ ผู้เป็นเจ้าหน้าที่สรรหานักเตะของ ยูไนเต็ด ในสมัยนั้น และ รับผิดชอบนักเตะหลายคนที่ไต่ระดับของสโมสรขึ้นมา และเร่งเร่าให้เขาไปดูหนุ่มน้อย แอนดี้ ด้วยตัวเอง

 

เคิร์คลี่ย์ ที่ตอนนี้อายุ 68 รำลึกถึงตอนนั้นว่า "เขาบอกว่า ผมควรไปดูเขาเล่น ผมเลยไป และชอบสิ่งผมเห็น ตอนนั้นเขาเล่นเป็นปีกซ้าย และเป็นตัวทำประตูเป็นกอบเป็นกำทั้งที่อยู่ในตำแหน่งนั้น เราพาเขามาที่สถาบัน เขาทำได้ดี เราจึงสนับสนุนเขา พอถึงเวลาเซ็นสัญญาให้ทุนเขา ทั้งเรา และ ซันเดอร์แลนด์ ต่างต้องการเซ็นสัญญาเขา แต่เรื่องที่เราจะได้ตัวเขามันไม่เคยมีข้อสงสัยเลย"

 

"เขาเป็นแฟน นิวคาสเซิ่ล และอยากเล่นให้เรา ผมยังเป็นแมวมองให้สโมสรอยู่ และตอนนี้ผมแค่มองหา แอนดี้ คาร์โรลล์ คนต่อไป นักเตะคนต่อไปที่จะก้าวไปเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล และ อังกฤษ นั่นคือนักเตะที่เราต้องการ"

 

คาร์โรลล์ เคยเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย และปีกซ้ายให้ จูเนียร์ส แต่ระหว่างที่โตขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มก้าวใหญ่ๆ ไปข้างหน้าอย่างเหมาะสมในพัฒนาการของเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยบอก เคิร์คลี่ย์ ว่า "เพิ่งตอนอายุ 15 เองที่ตัวผมเริ่มโต ผมเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดคนหนึ่งในทีม แต่จากนั้นผมสูงปรี๊ดขึ้นมา"

 

จิมมี่ เนลสัน ผู้อำนวยการสถาบันฝึกสอนฟุตบอลที่รับใช้สโมสรมายาวนาน จดจำดาวรุ่งที่ตัวสูงขึ้นได้ แต่ก็ยังเป็นนักเตะที่ไม่มีความบึกขึ้น ซึ่งตอนนี้สร้างปัญหามากมายให้พวกกองหลังระดับโลก"

 

"เขาตัวสูงและขายาวจริงๆ เหมือน แบมบี้ คุณเห็นได้ว่า เขายังต้องซ้อมอีกมาก แต่ผมจำได้ว่า เขายิงประตูสุดสวยลูกหนึ่งในตำแหน่งมิดฟิลด์กราบซ้าย เขาเลี้ยงผ่านนักเตะ 3-4 คน ไหล่สะกิดกันเล็กน้อย จากนั้นก็สับไกเข้าไปสู่ก้นตาข่ายจากนอกเขตโทษ ตอนนั้นเองที่ผมคิดว่า "ว้าว" บางทีเราน่าจะให้เขาเล่นตำแหน่งอื่น! คุณจดจำบางประตูได้ และนี่ก็เป็น 1 ในนั้น"

 

เคนนี่ วาร์ตัน นักเตะ นิวคาสเซิ่ล ในยุค 1980 ผู้กลายเป็นโค้ชของสถาบันฝึกสอน ได้รับเครดิตอย่างมากจากการเปลี่ยน คาร์โรลล์ จากนักเตะกราบซ้าย ให้กลายเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าที่ครบเครื่อง

 

เนลสัน ชี้ว่า เส้นทางอาชีพของเขาคล้ายกับตำนานเบอร์ 9 อีกคน คือ มัลคอล์ม แม็คโดนัลด์ ที่ช่วงแรกเล่นตำแหน่งฟูลแบ็กเสียส่วนมาก ก่อนจะกลายเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ และเป็นเส้นทางที่กำลังเจริญรอยตาม โดยกองหน้าดาวรุ่งอีกคน คือ ฟิล แอรี่ย์ ที่ยิงประตูเป็นว่าเล่นให้ทีมสำรองในฤดูกาลนี้ หลังจากเล่นตำแหน่งแบ็กขวามาก่อนจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้

 

จอห์น คาร์เวอร์ ที่เคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันฝึกสอนฟุตบอล ที่มีส่วนสำคัญในพัฒนาการของ คาร์โรลล์ และตอนนี้เป็นผู้ช่วยของ แกรี่ สปีด อยู่ที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า "บางครั้งเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นในระดับเยาวชน คุณไม่ค่อยเจอนักเตะถนัดซ้ายแบบนี้เท่าไร เพราะฉะนั้นเวลาเจอสักคน บางครั้งพวกเขาสามารถลงเล่นได้หลายตำแหน่ง และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ แอนดี้"

 

"ตอนผมเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ราวๆ ช่วงที่ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน โดนไล่ออกไป และ แกรม ซูเนสส์ กลายเป็นผู้จัดการทีม งานสำคัญอย่างแรกๆ อย่างหนึ่งของผมคือ ตัดสินใจเรื่องนักเตะที่ได้รับทุนทุกคน แอนดี้ เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เราต้องตัดสินใจ"

 

"เรานั่งลงคุยกับนักเตะทุนทุกคน ทีละคน และต้องบอกหลายคนว่า เราจะปล่อยพวกเขาไป แอนดี้ อาจเป็น 1 ในนั้นก็ได้ คนสองคนสงสัยว่า เขาจะก้าวขึ้นมาได้หรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่สนับสนุนเขา ผมก็ด้วย และที่สุดมันเป็นการตัดสินใจของผม ผมบอกว่า "นี่เป็นสัญญา 2 ปี และมันไม่เหมือนเราจ่ายเงินให้เขา และมันไม่ใช่การเสี่ยง เขาสูงมากกว่า 6 ฟุต ถนัดซ้าย และก็มีโอกาส"

 

"คุณไม่มีลูกบอลคริสตัลมอบให้ตอนพวกเขาอายุ 15-16 ปี คุณไม่รู้ว่า พวกเขาจะกลายเป็นยังไง บางครั้งคุณก็ต้องใช้สัญชาตญาณ และถือเป็นการชื่นชมผลงานที่คนอื่นทำกับเขาตั้งแต่นั้นมา และความสามารถของตัวเขาเอง การถูกเรียกตัวติดทีมชาติจึงพิสูจน์ว่าเหมาะสมแล้ว ผมไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเขาเท่าไร แต่ผมตัดสินใจเรื่องสำคัญให้เขา ผมอยากคิดว่า ผมช่วยเซฟเงินให้สโมสรไปพอสมควร"

 

ตั้งแต่นั้นมา พัฒนาการของ คาร์โรลล์ ถือว่าเร็วมาก หลังจากโชว์ฟอร์มเด่นให้ทีมยู-18 โดยเฉพาะผลงานที่เข้าไปถึง เอฟเอ ยูธ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในฤดูกาล 2006/07 เขาถูกเรียกตัวไปติดทีมของ เกล็น โรเดอร์ เพื่อเล่นเกม ยูฟ่า คัพ ที่ ปาแลร์โม่ 4 ปีก่อน ในเดือนเดียวกันนี้ เขาลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ได้ลงเล่นในเกมยุโรปให้สโมสร ด้วยอายุ 17 ปี 300 วัน

 

จากนั้น เขาได้รับคำชมจาก ยูเวนตุส และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส หลังจากยิงประตูผ่านการป้องกันของเขาในเกมปรี-ซีซั่นตอนซัมเมอร์ 2007 และเข้าไปติดทีมชาติอังกฤษชุดยู-19 ส่วนการย้ายไปเล่นในสัญญายืมตัวกับ เปรสตัน ก็มีทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดี แต่เขากลับมา เซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสอดแทรกขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ และในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2008/09 เขาก็ทำได้สำเร็จ ประตูแรกในทีมชุดใหญ่ที่ เวสต์แฮม ถือเป็นไฮไลต์ของฤดูกาลอันน่าผิดหวังของ ยูไนเต็ด ที่ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก แต่เมื่อฤดูกาลก่อน ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ คาร์โรลล์ ได้แจ้งเกิดอย่างแท้จริง

 

ผลงานถล่ม 19 ประตูของเขา ช่วยให้ "สาลิกาดง" คว้าแชมป์ลีก และกลับสู่ลีกสูงสุด และพาเขาไปติดทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 และ 7 ประตูในฤดูกาลนี้ทำให้เขาถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ และ ปีเตอร์ เบียดสลี่ย์ ที่เคยเป็นผู้ฝึกสอน คาร์โรลล์ ที่สถาบันลูกหนัง ก่อนกลายเป็นโค้ชทีมสำรองตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา และรับใช้ชาติไป 59 นัด ยอมรับว่า "มันอาจฟังดูโง่ แต่มันทำให้ผมภูมิใจ"

 

"งานของเราเป็นแบบนี้ เพื่อให้พวกเขาเข้าไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ และหวังว่าจะไปไกลกว่านั้น และสำหรับกรณีของเขา การได้รับการพิจารณาเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ"

 

ช่วงที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์พากันพูดถึงเรื่องน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับชีวิตนอกสนามของ คาร์โรลล์ แต่คนที่รู้จักเขาตั้งแต่แรก ต่างบอกว่า เขาเป็นเด็กหนุ่มขี้อาย ไม่ค่อยพูดจา มีครอบครัวที่ดี และไม่ว่าข่าวเขียนอย่างไร คนที่ใกล้ชิดกับเขาจะยืนยันว่า นักเตะเบอร์ 9 ของ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นมิตรและสุภาพเหมือนเดิม

 

เบียดสลี่ย์ กล่าวว่า "เขาเป็นคนเงียบมาก และอยู่กับตัวเอง แต่เขาเป็นคนที่น่าคบจริงๆ และชอบหัวเราะ ผมจำได้ปีหนึ่ง เราเดินทางไปเยอรมัน ตอน จอห์น คารเวอร์ รับผิดชอบสถาบัน คืนหนึ่งเราปล่อยให้พวกนักเตะออกไปข้างนอกกับโค้ชบางคน ไม่ใช่ไปดื่ม แค่ออกไปจากโรงแรม แต่ แอนดี้ กับนักเตะอีก 2 คน ดีน คริตช์โลว์ และ แคลลั่ม ลิตเติ้ล ยังเด็กเกินไป"

 

"เราเลยอยู่ในโรงแรม และเล่นเกม Who Wants To Be A Millionaire กัน แน่นอน เวลาคุณมาถึงจุดที่เขาอยู่ได้เร็วมาก มันมักมีคนที่อยากให้คุณล้มเหลวเสมอ แต่นั่นคือ แอนดี้ ตัวจริง แอนดี้ ที่ผมรู้จัก"

 

จิมมี่ เนลสัน เห็นด้วย "ตอนแรก เขาเป็นเด็กขี้อาย เขาเก่งพอจะเล่นกับนักเตะระดับสุดยอดนับตั้งแต่ที่เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และตอนนี้กับทีมชาติอังกฤษ มันเป็นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้เขาอยู่ในสนามซ้อมทีมชุดใหญ่มา 2-3 ปีแล้ว แต่เมื่อไรที่ผมแวะมา เขาจะมาทักผมเสมอ เวลานักเตะเซ็นแบบฟอร์มขอทุนกับสโมสร ตั้งแต่แรก เราขอสัมภาษณ์พวกเขา และถามว่าคุณจะไปเป็นอะไร หากไม่ได้เป็นนักฟุตบอล เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า ครูพละ หรือโค้ช หรืออะไรสักอย่างเกี่ยวกับกีฬา ผมคิดว่า แอนดี้ เป็นเด็กคนเดียวที่บอกว่า เขาจะเริ่มเข้าสู่กองทัพ บางทีนั่นอาจอธิบายแนวทางที่เขาเล่น"

 

และ อลัน จาร์วิส ผู้ค้นพบ แอนดี้ คาร์โรลล์ รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อเขาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นนัดแรก "ภูมิใจ" เขากล่าวหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ไม่ใช่เพื่อตัวผมเองหรอก แต่เพราะเขาสามารถบรรลุสิ่งนี้ด้วยการทำงานหนักและการอุทิศตัวของเขาเอง และมันก็เยี่ยมมากสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ผมก็ต้องยอมรับด้วยว่า ผมประหลาดใจเหมือนกัน ผมคิดว่า เขาจะเป็นนักเตะได้ แต่ไม่เคยคิดว่า เขาจะเป็นกองหน้าตัวเป้า"

 

ต่อมา จาร์วิส ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการอาวุโสวัย 51 ปี กับ บีที เสริมว่า "อีกเรื่องหนึ่ง แอนดี้ คงไม่รู้ว่า ผมเป็นใคร ผมไม่เคยเจอเขา แค่เคยดูเขาในสนามฟุตบอลโคลนหลายปีก่อน และเห็นบางอย่างในตัวเขา เขาไม่เคยรู้ว่า เป็นผมที่แนะนำเขาให้ นิวคาสเซิ่ล และผมก็แฮปปี้มาตลอดที่จะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น" "แต่" จาร์วิส ขยิบตากล่าว "หากเขาอยากมาเยี่ยม วอลล์เซนต์ บอยส์ คลับ เราก็ยิ่งกว่ายินดีต้อนรับเขา"

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : NAKUNTA

จำนวนเรื่อง : 31
All post : 33
All view : 105,702
คอลัมน์ NAKUNTA

? Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263