Home     SSTV      iBlog      iAuction      Advertise      Contact »Copyright   »Work with us   »About us  
 
 
 
ที่นี่..โอลด์แทรฟฟอร์ด โดย..เปาผี : ยืดอกพกใจ 10/09/2010 23:51:07 
 
 
 
เปาผี
เกมที่เป็นเหมือน "แก่น" ของฤดูกาลที่ แอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ สอนผมหนึ่งอย่างให้สำเหนียกว่า "เราไม่ควรยืมจมูกใครหายใจ"

 

เราไม่สามารถสูดอากาศเข้าปอดได้โล่งเท่ากับของตัวเองหรอกครับ และยิ่งเป็นจมูกของศัตรูเบอร์หนึ่งบนผืนปฐพีแล้ว นอกจากจะสูดไม่สะดวกแล้ว คุณอาจแสบไล่ตั้งแต่หลอดลมไปจนถึงทรวงอีกต่างหาก
 
ด้วยความที่เป็นคนที่พยายามมองโลกในแง่ดีเป็นให้เป็นกิจวัตรเพื่อรักษาระดับความดันโลหิต ผมไม่อยากกังขา หรือกังแขนนะครับว่า ลิเวอร์พูล เอาจริงกับการโม่กับ เชลซี ในขบวนล่าสุดหรือไม่ เพราะต้องแฟร์กับเพื่อนรักเพื่อนชังของเราด้วย หลังจากที่โม่ในถ้วยยุโรปมา 120 นาทีเต็มใน 72 ชั่วโมงก่อนหน้า
 
ที่พอทำได้ในแง่ของคนดูกีฬาแบบโตๆ กันแล้วคือต้องยอมรับว่า เชลซี แกร่งทั่วแผ่นจริงๆ
 
แกร่งจน ลิเวอร์พูล ไม่ได้ยอมจำนนใดๆ เลย หากแต่เป็นเพราะสู้ไม่ได้ต่างหาก กระทั่งโดนสอย 2-0 ซึ่งนับเป็นความปราชัยเป็นนัดที่ 19 ของฤดูกาลอันน่าลืมเลือนนี้
 
ครับ, เชลซี สมควรได้รับเครดิตไปเต็มๆ จากการแสดงความแข็งแรงบึกบึนออกมาให้เห็นตลอดทั้งฤดูกาล
 
หลังจากโดน โชเซ่ มูรินโญ่ พา อินเตอร์ มิลาน บุกถีบตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้ว ดูเหมือน เชลซี น่าเป๋ห่าวแบบกู่ไม่กลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำได้แค่เสมอกับ แบล็คเบิร์น ที่ อีวู้ด พาร์ค
 
แต่เด็กๆ ของ คาร์โล อันเชล็อตติ โชว์ลูกฮึดด้วยการลุยเก็บชัยชนะรวดห้านัด โดยสาดกระสุนไปถึง 18 เม็ด และเสียเพียงแค่สองลูก
 
ผิดกับ ยูไนเต็ด ที่ควรต้องเตะตูดตัวเองในเกมที่พลาดแบบไม่น่าพลาด ทั้งการแพ้คาบ้านต่อ แอสตัน วิลล่า, เสียท่าให้ เชลซี, ทำได้แค่เสมอ แบล็คเบิร์น ในแม็ตช์ที่ต้องชนะ
 
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกล้าๆ แพ้ทีมอย่าง เบิร์นลี่ย์ และ ฟูแล่ม นอกรัง ซึ่งแม้แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังยอมรับว่า สั่นสะเทือนความหวังในการลุ้นแชมป์อย่างคาดไม่ถึง นอกเหนือไปจากอาการบาดเจ็บของนักเตะที่ผ่านมาทักทายถึงขนาดที่บางช่วงต้องใช้ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ๊กกับ ไมเคิ่ล คาร์ริค
 
ยูไนเต็ด เราแกร่งน้อยลงไปแยะเลยเมื่อสูญเสียพลังการทำลายล้างค่าตัวรวมกันระดับกว่าร้อยล้านปอนด์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาร์ลอส เตเวซ
 
แต่ระหว่างหนทางจากวันแรกถึงโค้งสุดท้ายของการต่อสู้ ผมว่า มันก็มีดอกไม้สวยๆ ให้เราเด็ดมาดมหลายดอกเหมือนกันนะครับ
 
และเราสามารถดมได้ด้วยจมูกตัวเองด้วย
 
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบดอกไม้สายพันธุ์โปรตุกีสที่ชื่อ นานี่ มากที่สุด
 
นี่คือดอกไม้ป่าที่อาจใช้เวลาเพาะปลูกยาวนานเกินไปนิด แต่ความเบ่งบานของมันก็ให้สีสันสวยสด และกลิ่นที่จรุงจมูกไม่เบา
 
จากที่ไม่น่าจะเบ่งบานได้ แต่ นานี่ กลายเป็นนักเตะที่เราคงพอฝากความหวังอะไรได้บ้างในอนาคตอันใกล้
 
ฟอร์มของ นานี่ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลถือว่าร้ายกาจเกินคาดหมายนะครับ และคงจะทำให้ เฟอร์กูสัน ยิ้มได้กว้าง หลังจากที่พยายามเค้นให้ปีกผิวสีนำสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นสม่ำที่ แคร์ริงตัน มาใช้จริงบนสังเวียนแข่งขัน
 
แต่ถึงอย่างไรเสีย "เฟอร์กี้" ก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องให้ทุ่มเงินเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เด็ดขาด หากยังหวังสร้างสถิติแชมป์ลีก 19 สมัย แม้ นานี่ จะสามารถเปลี่ยนเสียง "โห่" ของแฟนๆ ที่เคยมีแด่ตัวเองให้เป็น "โห" ด้วยความทึ่ง หลังเพิ่งกดประตูที่สี่ในซีซั่นนี้สดๆ ร้อนๆ และนำชัย 1-0 ให้ ยูไนเต็ด ที่ สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์
 
หลายคนอาจมองว่า ชัยชนะเหนือ ซันเดอร์แลนด์ ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ในเมื่อ เชลซี ได้เอื้อมมือไปแตะถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเรียบร้อยจากการประกาศชัยชนะที่ แอนฟิลด์ (feat. สตีเว่น เจอร์ราร์ด) ในช่วงเวลาก่อนหน้านะครับ 
 
แต่จงภูมิใจเถิด "แฟนผี" ทั้งหลาย แคแร็กเตอร์นักสู้ด้วยหัวใจแบบนี้แหละครับที่คุณต้องการเห็นจากทีมรักในช่วงเวลาแบบนี้
 
ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่า การชนะไปก็คงไม่เพียงพอต่อการส่งให้ตัวเองเป็นแชมป์
 
... เนื่องเพราะ เชลซี คงไม่ทำหมูหกในเกมปิดฤดูกาลกับ วีแกน ที่ล่องลงมาเล่นพรีเมียร์ลีก ณ ลอนดอน สี่เกมในซีซั่นนี้ และแพ้เรียบวุธ โดยทำได้แค่สี่ลูก เสียถึง 18 เม็ด ซึ่งรวมถึงเก้าประตูในแม็ตช์เดียวที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ด้วย
 
... เนื่องเพราะ วีแกน เกลียดการเดินทางลงใต้ยังกะอะไรดี ถึงขนาดกล้าๆ โดน พอร์ทสมัธ อีกหนึ่งทีมในแดนใต้ซัดกระจุย 4-0
 
ถึงแม้ว่า วีแกน จะเคยรัวสามลูกรวดในช่วง 10 นาทีสุดท้ายจนพลิกกลับมาแซง อาร์เซน่อล
 
ถึงแม้ว่า วีแกน จะเคยดับซ่าส์ เชลซี มาแล้วด้วยชัยชนะ 3-1 ที่ ดีดับเบิ้ลยู สเตเดี้ยม หลังจากที่เปิดฉากฤดูกาลอย่างเร้าใจเมื่อเก็บชัยถึงหกนัดติดต่อกัน
 
แต่การจะเห็น วีแกน สะกด เชลซี ให้นิ่งงันได้ มันก็คงยากพอๆ กับการเห็นบางประเทศแถวนี้สงบสุขเสียที
 
กระนั้น อย่างน้อยๆ ยูไนเต็ด เราก็ไม่ได้งอมืองอเท้ารอให้โชคชะตาพิพากษาเสียหน่อยนี่นา แถมยังสนธิกำลังกันยื้อให้ฤดูกาลแข่งขันไม่จบก่อนเวลา โดยยักไหล่ต่อข้อความจริงที่ว่า มันอาจไม่มีความวิปริตสุดๆ เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของฤดูกาล
 
เขียนถึงบรรทัดสุดท้าย ผมลองสูดหายใจลึกเอาอากาศเข้าเต็มปอดผ่านรูจมูกของตัวเอง ฟืดดดดดดดด... รู้สึกอกมันยืดกว่าที่เคยแฮะ!

 
เปาผี


   
 
   
แบ่งปัน
 
   
 
     
  © 2008 www.siamsport.co.th : Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd. All rights reserved. ประวัติบริษัทฯ ติดต่อเรา ร่วมงานกับ สยามสปอร์ต