Home     SSTV      iBlog      iAuction      Advertise      Contact »Copyright   »Work with us   »About us  
 
 
 
จากปากกายอดทอง โดย..ยอดทอง : คุณสุเทพ ลาออกเถอะครับ 14/03/2010 12:09:33 
 
 
 
ยอดทอง


ผมจำได้ว่า เคยเขียนถึง คุณสุเทพ เบ็ญจโภคี นายกสมาคมบาสเกตบอลฯ อยู่หลายครั้ง สมัยที่ กีฬาบาสเกตบอลยังไม่ตกต่ำถึงขีดสุดถึงขนาดนี้

ในหลายครั้งนั้น ก็คือ วิงวอนให้คุณสุเทพลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ยกออกไปทั้งยวง รวมทั้งเลขาธิการสมาคมฯ คือ คุณสาโรจน์ คุณีพงษ์ ด้วย เพื่อเปิดทางให้คนที่รักกีฬาบาสฯ เข้ามาบริหารวิถีแห่งบาสฯ บ้านเราให้กลับมาดีกว่าที่เป็น

ครั้งล่าสุด ก็เมื่อเห็นภาพคุณสุเทพ ต้องนั่งรถวีลแชร์มาประชุม ก็เวทนาว่า สังขารก็ย่ำแย่เต็มที วันเวลาที่เหลือในโลกนี้ ก็น้อยลงไปตามสัจธรรม อะไรจะติดยึดปานนั้น

คุณสุเทพ ไม่ใช่คนเดียวที่ผมเขียนออกสื่อ ขอความกรุณาลาออกเถอะ  ใครที่อ่านคอลัมน์ผมประจำ คงทราบดีว่า ผมเขียนอย่างไรกับอาจารย์วิจิตร เกตุแก้ว เมื่อครั้งปลายสมัยแห่งการเป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ

ลงจากเก้าอี้นายกฯในเวลาที่เหมาะสม เพื่อความสง่างาม ยังสามารถเก็บงำเกียรติยศที่ตัวเองได้ทำมา ดีกว่า โดนบีบคั้นให้ลง ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น รังแต่จะมีความเจ็บปวด ขมขื่นเศร้าหมอง

แล้วจะกลายเป็นคนแก่ที่จมทุกข์ในเวลาที่เหลือของชีวิต

อาจารย์วิจิตร ลงครับ ส่งไม้ต่อให้ คุณวรวีร์ มะกูดี จนถึงปัจจุบันนี้

แล้วเป็นไง อาจารย์วิจิตร ทุกวันนี้ วัย72 ได้กลายเป็นผู้ทรงเกียรติระดับปูชียบุคคลแห่งวงการฟุตบอลไทย มีบารมียิ่งเสียกว่าสมัยเป็นนายกสมาคมฯ เสียอีก

วิถีฟุตบอลไทยก็ไปโลดๆ ตัวอาจารย์วิจิตรเองก็มีบทบาทสำคัญ คุณวรวีร์ต้องขอบารมีท่านไปกำกับคุณภาพเที่ยงตรงของผู้ตัดสินที่เป็น "หัวใจ"' ของวิถีฟุตบอลอาชีพ ที่ใครต่อใครต่างให้ความเคารพนับถือ
 
ผมไม่คิดว่า เพียงข้อเขียนของผมจะทำให้อาจารย์วิจิตรลงจากเก้าอี้นายกฯ  แต่เพราะท่านมีทีมที่ปรึกษาที่ดี ให้คำแนะนำ วางหมากอย่างเหมาะสมลงตัวมากกว่า ซึ่งผมไม่คิดว่า คุณสุเทพจะมีทีมที่ปรึกษาแบ็กอัพอย่างอาจารย์วิจิตรมี

เลยคิดเองเออเอง ตามประสาคนแก่นั่งบนวีลแชร์คนเดียว ไม่มีคนมีคุณภาพช่วยคิด ถึงขนาดที่สถานการณ์บีบกระชั้นให้ถอยร่น จนจะตกหน้าผาอยู่แล้ว  คุณสุเทพก็ยัง...คิดจะสู้

ถึงวันนี้ก็ยังคิดว่า ตนเองจะสามารถรักษาอำนาจบริหารสมาคมบาสฯ ไว้ได้ จากการเลือกตั้งด้วยเสียงสมาชิกที่อยู่ในสังกัดตัวเอง ตามกฎกติกาสมาคมกีฬา คุณสุเทพยึดมั่นแค่นี้เอง ซึ่งมันไม่ใช่แล้ว

เมื่อคณะกรรมาธิการการกีฬา ทั้งฝ่ายวุฒิสภาทั้งฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร เดินเรื่องไปพร้อมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้ามาสะสางเรื่องนี้อย่างเต็มสูบ

เป็นไปได้อย่างไรครับ ที่สมาคมบาสเกตบอลฯ สมาคมกีฬาสากลยอดนิยมที่สำคัญ จะมีสมาชิกที่ใช้สิทธิถูกต้องเพียงสิบห้าสิบหกสโมสร และวิถีกีฬาบาสฯ ที่สร้างนักกีฬาระดับชาติ มีเพียงสี่ห้าสโมสรเท่านั้นที่ทำอยู่

มากมายหลายสโมสรที่เคยมี ทิ้งสมาชิกสภาพเพราะไม่เห็นอนาคตกีฬาบาสฯภายใต้การบริหารของคุณสุเทพ ไม่อยากยุ่งเกี่ยว และไม่น้อยที่เข้าสมัครเป็นสมาชิกไม่ได้ เพราะคุณสุเทพปฏิเสธ เกรงว่าจะมาสร้างฐานอำนาจใหม่

มันเป็นความตกต่ำที่สุด อย่างที่สุดแล้ว

ตกต่ำถึงขนาดนี้ องค์กรที่รับผิดชอบการพัฒนากีฬาชาติ รวมทั้งคนการเมืองในวงการกีฬาที่อยู่ในคณะกรรมาธิการการกีฬา ย่อมทนไม่ได้ ที่จะเห็นวิถีกีฬาบาสเกตบอลย่อยยับลงไปเรื่อยๆ ตามสังขารของคุณสุเทพ ก็เลยเกิดการเคลื่อนไหวแบบรวมพลัง สะสางเพื่อการเปลี่ยนแปลงเสียที

คุณสุเทพก็ยังไม่มีใครช่วยให้คำปรึกษาว่า  รู้รักษาเกียรติภูมิตัวเองอย่างไร

ลาออก ดีกว่าโดนบีบให้ออก ซึ่งก็ไม่ต่างกับ ถูกไล่ออก

คุณสุเทพ ไม่เฉลียวใจหรือครับว่า ขนาดคุณสาโรจน์ คุณีพงษ์ ผู้ที่ฝังตัวอยู่กับสมาคมบาสฯ มายาวนานนับสามทศวรรษ  อันควรเป็นคนที่ต้องคอยพยุงช่วยคุณสุเทพแท้ๆ ยังฉวยโอกาสกระโดดออกห่าง แฉข้อมูลความบกพร่องมากมายในสมาคมบาสฯ ให้กับคณะกรรมาธิการการกีฬา และกกท. เพื่อเป็นน้ำหนักมาเขี่ยคุณสุเทพออกจากเก้าอี้นายกฯ

กะงานนี้ คุณสุเทพไม่รอดแน่ กูก็ไม่เอาด้วย ด้วยวลีฝรั่ง...หมาตาย หมัดกระโดด

คุณสุเทพยามนี้ หัวเดียวกระเทียมลีบ เดียวดายบนวีลแชร์จริงๆ
ผมเข้าใจนะครับว่า สิ่งที่ทำให้คุณสุเทพมั่นใจยืดหยัด ปักหลักแน่นในสมาคมบาสฯ ก็คือความภาคภูมิใจในอดีต ที่คุณสุเทพได้ทำประโยชน์คุณูปการให้กับวงการบาสฯ มากมาย เงินตัวเองที่ใช้ไปกับการนี้ก็หลายสิบล้านบาท ผลงานในอดีตเป็นความชอบธรรมที่คุณสุเทพรู้สึกเหมือน สมาคมบาสฯ คือสมบัติที่ตัวเองสร้างมากับมือ เหมือนบ้านในชีวิต

ใครจะมาไล่ตนออกจากบ้านได้อย่างไร

คนแก่มักจะนึกแต่ความสำเร็จมลังเมลืองในอดีตครับ ทั้งที่ยุควิถีต้องเปลี่ยนไป เมื่อโรยราก็ต้องวางมือ ถ้ารักในสิ่งที่เราอยากเห็นเป็นจีรัง

ผมจึงขอเรียนด้วยความเคารพต่อคุณสุเทพว่า...ลาออกเถอะครับ

ลงจากเก้าอี้นายกสมาคมบาสฯ ด้วยวลีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ครั้งลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า "ผมพอแล้ว"เพื่อเป็นรัฐบุรุษแห่งแผ่นดินในวิถีชีวิตที่เหลืออยู่

ลงจากเก้าอี้เพื่อได้รับการสรรเสริญ และก้าวไปเป็นปูชนียบุคคลวงการฟุตบอลเหมือน อาจารย์วิจิตร เกตุแก้ว

เชื่อผมเถอะครับ เกมนี้คุณสุเทพไม่ชนะหรอก

ผมไม่อยากเห็นภาพ วันที่คนแก่ คนกีฬาผู้แสนรักกีฬาบาสฯ เหมือนโดนบีบไล่ออก ฐานะผู้แพ้เกมนี้

ผมอยากเห็นคุณสุเทพยังมีชีวิต และลมหายใจ ที่จะได้เห็น ได้ชื่นชม สิ่งที่อันเป็นที่รักของคุณสุเทพ คือกีฬาบาสเกตบอลของชาติกลับมายิ่งใหญ่ได้ใหม่

คุณสุเทพจะโล่งใจและรู้สึกว่า ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ถูกครั้งสำคัญของชีวิต

-ยอดทอง-


   
 
   
 
     
  © 2008 www.siamsport.co.th : Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd. All rights reserved. ประวัติบริษัทฯ ติดต่อเรา ร่วมงานกับ สยามสปอร์ต