COLUMN   
บอลไทยเกี่ยวอะไรกับพรีเมียร์ลีก : โดย..ปูเป้ :  "ความสำคัญของสื่อ"
19/10/2009 11:56:15
 


โลกยุคโลกาภิวัฒน์ หรือที่เรียกแบบหรูๆว่าโกลบอลล์ เน็ทเวิร์ค สื่อ เป็นหัวใจสำคัญสำหรับทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน วงการฟุตบอลก็เช่นเดียวกัน ลองพลิกไปดูข้อบังคับของเอเอฟซี ที่กำหนดให้ชาติสมาชิกยกระดับตัวเองเพื่อเป็นฟุตบอลอาชีพ ในหัวข้อ "มีเดีย"ถือว่าเป็นหัวข้อหลักที่ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการบริหารจัดการอื่นๆมีรายละเอียดเยอะมาก

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเองก็พยายามทำตามข้อกำหนดของเอเอฟซีในเรื่องของสื่อให้ได้มากที่สุดล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้ทุกสนามต้องมีการลงทะเบียนสื่อมวลชน,มีที่นั่งของสื่อ,มีห้องแถลงข่าว,มีจุดนัดพบระหว่างสื่อมวลชนกับนักกีฬา,มีพื้นที่ในการตั้งอุปกรณ์ถ่ายทอดสดฯลฯ

อันนั้นก็ว่ากันไป...คิดว่าปีต่อๆไปน่าจะมีความพร้อมมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยลืมไปหรือไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่นักเห็นจะเป็นการสื่อสารระหว่างสมาคมฟุตบอลกับสโมสร หรือสมาคมฟุตบอลกับแฟนบอล ทำให้ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิดในหลายสิ่งหลายอย่าง

วันนี้สมาคมฟุตบอลไทยที่รุดหน้าไปมาก แต่แปลกเหลือเกินที่กลับไม่มีกระบอกเสียงของสมาคมฯอย่างที่ทุกชาติเขามี นั่นคือทีมงานโฆษกสมาคมฟุตบอลและทีมมีเดียของสมาคมฯ

สารพัดสารพันเรื่องราวที่เกิดขึ้นและสังคมต้องการคำตอบที่กระจ่างแจ้งจากสมาคมฟุตบอล จะเห็นว่าทุกครั้งสื่อต้องรอสัมภาษณ์ นายกฯอย่างคุณวรวีร์ มะกูดีที่แต่ละปีมีเวลาอยู่เมืองไทยรวมๆกันไม่ถึง 6 เดือน หรือ ไม่ก็ต้องตามหาตัวคุณองอาจ ก่อสินค้า เลขาฯที่ส่วนใหญ่ก็ต้องรอคำตอบจากคุณวรวีร์อีกที แม้กระทั่งปัญหาของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ปัญหาเรื่องกรรมการ ก็ปล่อยให้คนโน้นพูดที คนนี้พูดที ส่วนใหญ่ก็จะไปกันคนละทิศละทาง ไม่มีความเป็นเอกภาพ

ถ้าสมาคมฟุตบอลมีโฆษกของสมาคมฯไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณวรวีร์ จะอยู่ส่วนไหนในโลกก็สามารถสั่งการให้โฆษกแถลงได้เลย ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนด้วย

เช่นเดียวกับกระบอกเสียงของสมาคมฯในรูปแบบของเว็ปไซด์ ที่แม้ว่าปัจจุบันนี้สมาคมฟุตบอลจะมีเว็ปไซด์ของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าความทันสมัย ความรวดเร็วของข่าวสารยังเป็นรองเว็ปไซด์ของหลายๆสโมสรและเว็ปไซด์ฟุตบอลไทยหลายๆแห่ง

ข่าวคราวบนเว็ปไซด์ของสมาคมฟุตบอลก็ไม่มีอะไรนอกจากโปรแกรมการแข่งขัน,ประกาศรายชื่อทีมชาติ,นัดหมายวันเวลาแถลงข่าว ซึ่งหากสมาคมฯมีทีมมีเดียของตัวเองที่มีคุณภาพข่าวสารที่ควรจะออกสู่สาธารณะชนน่าจะมีมากกว่านี้ และเป็นข้อมูลเชิงลึกอย่างการเปิดเผยของนายกฯสมาคมฟุตบอลในเรื่องโน้น เรื่องนี้ ความเคลื่อนไหวของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงานของสมาคมฯที่ควรจะให้สังคมภายนอกได้รับรู้ข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของสมาคมฯทั้งสิ้น

พูดถึงเว็ปไซด์แล้วต้องบอกว่าปัจจุบันนี้การรับข้อมูลข่าวสารในวงการฟุตบอลบ้านเรา แฟนบอลรับข่าวสารจากเว็ปไซด์ที่เกี่ยวกับฟุตบอลไทยไม่น้อยไปกว่ารับจากสื่อโทรทัศน์,วิทยุ,หนังสือพิมพ์ พลังในสังคมออนไลน์ ถือว่าเป็น "ฮพาวเวอร์" ที่มีทั้งด้านบวกและลบ ข่าวคราว ข้อคิดเห็นหลายๆหัวข้อในเว็ปไซด์มีประโยชน์ มีข้อมูลที่ดีมาก แต่ก็มีหลายๆหัวข้อเช่นกันที่เป็นข้อมูลที่ผิดพลาด พอคนที่เปิดเข้าไปดูไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไปเชื่อตามข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็ถือว่าเป็นอันตรายต่อสังคมฟุตบอลต่อสมาคมฟุตบอลเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ดี สมาคมฟุตบอลฯต้องดึงสื่อออนไลน์ขาใหญ่ๆที่มีอยู่ให้ขึ้นมาร่วมรับรู้ข่าวสารต่างๆให้เหมือนกับสื่อโทรทัศน์,วิทยุ,หนังสือพิมพ์ให้ได้ในทุกรูปแบบ ทั้งการแจกข่าวที่แจกให้หนังสือพิมพ์,โทรทัศน์ยังไงก็แจกไปยังเว็ปไซด์เหล่านั้นด้วย เวลามีการแถลงข่าว หรือ การแข่งขันฟุตบอลรายการใดก็ต้องเปิดโอกาสให้สื่อออนไลน์เหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการทำข่าวด้วย หากเขาไม่มีนักข่าวก็อาจจะให้เว็ปมาสเตอร์รับรองตัวแทนสักคนหนึ่งให้เข้าลงทะเบียนมาทำข่าว,ถ่ายรูป,สัมภาษณ์ได้อย่างถูกต้อง

ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกก็เช่นเดียวกัน ที่เวลานี้ทุกสโมสรมีเว็ปไซด์ของตัวเอง นักข่าว,ช่างภาพของเว็ปไซด์สโมสร,เว็ปไซด์ฟุตบอลต่างๆก็ควรจะถือว่าเป็นสื่อมวลชนคนหนึ่งที่สามารถลงทะเบียน รับเสื้อกั๊กไปทำข่าวถ่ายรูปถึงขอบสนามได้

การเปิดกว้าง ให้พื้นที่กับทุกสังคมของการสื่อสาร ผมเชื่อว่าจะเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับแฟนบอลทุกกลุ่ม

ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างแฟนบอลแต่ละทีมของบ้านเรากำลังขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ การเปิดหู เปิดตารับฟังทุกๆแง่มุม จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมลูกหนังบ้านเรา ที่จะก้าวต่อไปแบบยั่งยืนครับ...ผมเชื่ออย่างงั้น

-ปูเป้-

   
 
  คอลัมน์ย้อนหลัง
 
 
© 2008 www.siamsport.co.th : Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd. All rights reserved.