COLUMN   
ตีท้ายข่าว :  อาร์เซน่อล "ที่หนึ่งมันจบไปนานแล้ว"
13/02/2009 10:50:30
 
ช่วงนี้ต้องบอกเลยล่ะครับว่า ตื้อ ! ตื้อสุดๆ ไม่ว่าจะทำอะไรดูเหมือนมันอยู่ในวังวน ไม่ค่อยคืบหน้า เฉกเช่นกับผลงานของ อาร์เซน่อล ที่คำว่าแชมป์มันจบไปตั้งแต่ครึ่งค่อนทางเสียแล้ว



               ไม่ได้จะมาเพิ่งเอะใจ หรือรู้ตัวน่ะ!! ในฐานะที่เป็นบุคคลหนึ่งที่ชื่นชอบการทำทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ปลุกปั้นให้อาร์เซน่อลมีสไตล์การเล่นที่เร้าใจ แต่ดูเหมือนว่าปีนี้จะล่มไวกว่าปีที่ผ่านๆ มา



                สัญญานมันบ่งชัดตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพ่าย ฟูแล่ม หรือการพ่ายให้ ฮัลล์ ซิตี้ และแอสตัน วิลล่า ในเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม โดยเฉพาะการพ่ายให้กับทีมจากมิดแลนด์ ดูเหมือนว่าจะสร้างความเจ็บปวดเป็นพิเศษ เนื่องจาก แอสตัน วิลล่า ปีนี้ฟอร์มแรงแกร่งเหลือเกิน ก้าวขึ้นไปทีมที่เบียดลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ชิพ กับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างเต็มตัว จนกลายเป็นทีมที่ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ,เชลซี หรือแม้กระทั่ง ลิเวอร์พูล จะประมาทไม่ได้



               อาร์เซน่อล ณ. ปัจจุบันจึงกลายเป็นเพียงที่ถูกมองข้าม แม้กระทั่งตั่วใบสุดท้ายที่เข้าไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้ายังไม่รู้เลยว่าจะรักษาไว้ได้อย่างปีที่ผ่านๆ หรือไม่?



               แม้ว่าผลงานอันเอกอุที่ไม่แพ้ 4 ทีมจาก "บิ๊กโฟร์" ไม่ว่าจะเป็นการเอาชนะ เชลซี เสมอลิเวอร์พูล และเฉือนชัยเหนือ "แชมป์เก่า" แมนฯยูไนเต็ด แต่มันก็ไม่ได้ส่งอะไรเลยต่ออันดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อพวกเขาต้องไล่ตามจ่าฝูง ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึง 22 แต้ม แถม "แชมป์ยุโรป" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีคิวลงสนามน้อยกว่าถึงหนึ่งนัด



                นั่นแหล่ะถึงได้บอกว่า "ลุ้นแชมป์" ปีนี้นั่นตัดทิ้งไปได้เลย ....แค่รักษาที่นั่งเข้าไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ก่อนแค่นั้นก็พอ แต่ดูจากสถานการณ์ล่าสุด ดูเหมือนว่าลูกทีมของ เวนเกอร์ จะพบกับงานยากเข้าไปแล้ว



                เพราะ ณ. ตอนนี้ อาร์เซน่อล ต้องร่วงหล่นไปอยู่ถึงอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ชิพ มีแต้มตามหลัง เชลซี ที่ห่วยแตกไม่แพ้กันถึง 5 แต้ม ส่วนที่เซอร์ไพร์สที่สุดก็คงต้องยกให้ ลูกทีมของ มาร์ติน โอนีล แอสตัน วิลล่า ที่มาแรงแซงทางโค้งก้าวขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ตามหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อันดับ 2 แค่ 3 แต้มเท่านั้น



                มันเกิดอะไรขึ้นกับ อาร์เซน่อล ที่เคยร่ายมนต์การเล่นที่เร้าร้อนบนพื้นสนาม การเข้าทำที่สวยงาม ดูเหมือนจะหายไปหมด แต่ละนัดที่ลงสนามที่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจวนเจียนกับคำว่า "เสมอ" และ "แพ้" เสียมากกว่า



                แน่นอนว่า สภาพทีมที่พิการปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักๆ ไม่ว่าจะเป็น "กัปตันทีม" เชส ฟาเบรกัส ,โทมัส โรซิสกี้ หรือแม้กระทั่ง ธีโอ วัตคอตต์ ยังพอจะเป็นข้อแก้ตัวได้



                ทว่าขุนพลที่เหลืออยู่ก็ไม่สามารถจะช่วยทีมให้รอดพ้นจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ไปได้เลย การผสานงานที่ขาดๆ เกินๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุก โดยเฉพาะการพังประตูที่อันสะเด่าของ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ หัวหอกตัวเก่งของทีม จนตอนนี้แฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส หลายคนบอกว่า เอามันไปทิ้ง ! เถอะ ลงก็เหมือนไม่ได้ลง



               กลายเป็นว่า ในแนวรุกตอนนี้มีเพียงแค่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกดัตช์แมน รายเดียวเท่านั้นที่พอจะฝากฝังได้ กับอีกหนึ่งรายใหม่ถอดด้าม "อังเดร อาร์ชาวิน" สมาชิกใหม่รายล่าสุด เบอร์ 23 ที่เข้ามาเป็นกระสุนอีกหนึ่งหนอ



                แม้ดาวเตะรัสเซียน รายนี้จะถูกยก ถูกยอกันหนาว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งฉกาจ ทว่าดาวเตะวัย 27 ปี รายนี้ก็ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าจะคุ้มค่าตัวกับการที่ อาร์เซน่อล จ่ายไปให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กส หรือไม่?



                แน่นอนว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่อยากจะให้ อาร์ชาวิน ต้องแบกภาระในการที่ต้องมาเป็น "ผู้กอบกู้"



                แต่อยากให้ค่อยเป็นค่อยไปเสียมากกว่า อยากเช่น เธียร์รี่ อองรี หรือแม้แต่ โรแบร์ ปิแรส ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเล่นของผู้ดี



                 สถานการณ์แบบนี้จึงต้องกระเสือกกระสนช่วยเหลือกันเอาเอง ว่ามันจะเป็นอย่างไรในอนาคต แต่หากว่าผลลัพธ์กับอีก 13 เกมที่เหลือ หลายคนก็คงไม่อยากจะรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ? อาร์เซน่อล ได้ตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเขี่ย แอสตัน วิลล่า หรือเชลซี ยังงั้นเหรอ?



                หรือว่าพวกเขาต้องลดระดับไปเล่นในถ้วยใบเล็กของยุโรป ประเดิมในนามใหม่อย่าง "ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก" ผลลัพธ์แบบนี้แฟนๆ อาร์เซน่อล คงไม่อยากจะให้เกิดขึ้นแน่



                จิลแบร์โต้ ซิลวา อดีตห้องเครื่องตัวเก่งของเดอะ กันเนอร์ส และลงสนามไปมากกว่า 170 เกม ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในตอนนี้ว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เห็น "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัด ทำผลงานย่ำแย่ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้



                "ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง มันทำใจได้ยากที่เห็น อาร์เซน่อล อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันนี้ ผมหวังว่าพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ผมได้คุยกับนักเตะบางคน และแน่นอน พวกเขาผิดหวังมาก แต่ผมก็แน่ใจว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในเร็วๆ นี้"



                 "มันยากสำหรับสโมสรใหญ่อย่าง อาร์เซน่อล ที่ไม่คว้าแชมป์มายาวนาน และทีมก็เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อย พวกเขาต้องการเวลาและนี่ก็คือปัญหาที่ อาร์เซน่อล เมื่อคุณอยู่กับสโมสรใหญ่ คุณมีเวลาไม่มากนักสำหรับการเติบโต และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับความกดดันอย่างไร"



                  "ผมไม่รู้ว่าพวกเขาขาดนักเตะอย่างผมหรือเปล่า แต่พวกเขาเคยมีนักเตะที่มีประสบการณ์มากมาย อย่างผม, ปาทริค วิเอร่า, โรแบร์ ปิแรส รวมทั้งนักเตะสำคัญรายอื่นๆ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ อาร์เซน่อล"



                 "สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักเตะดาวรุ่งก้าวเข้ามาและนักเตะ (ที่มีประสบการณ์) บางคนก็ไปจากสโมสร สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือนักเตะที่มีประสบการณ์ต้องยืนหยัดเพื่อสโมสรและทำให้แน่ใจว่าทุกคนทำงานร่วมกัน" สมาชิก "ไอ้ปืนใหญ่" ชุดทำผลงานไร้พ่ายในฤดูกาล 2003-04 กล่าว



                 เช่นเดียวกับตำนานนักเตะและผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล จอร์จ เกรแฮม ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ คัพ เมื่อปี 1994 ได้ออกมาพูดถึงเป้าหมายหลักที่ทีมเก่าของเขาควรจะมองและให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยควรจะลืมเรื่องการคว้าแชมป์ลีคครั้งที่14 ไปได้แล้ว



                 "การแย่งอันดับหนึ่งสำหรับอาร์เซนอลมันจบไปแล้ว"
 

                 "สำหรับผมแล้ว ความแข็งแกร่งของทีมชุดนี้ยังไม่ถึงขั้นนะ"


                "แต่พวกเขายังดีพอสำหรับอันดับ4 การที่พวกเขาไม่แพ้มา11นัดมันเป็นพื้นฐานการเริ่มต้นที่ดี ผมมองว่า ถ้าตั้งหลักได้เร็ว พวกเขาจะสามารถแซงเชลซีได้อย่างแน่นอน"
เกรแฮม กล่าว



                แน่นอนว่าแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส ภาวนาขอให้ทีมโปรดได้กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นเคย แม้แชมป์พรีเมียร์ชิพอย่างที่เอย หมดลุ้นไปตั้งนานแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีลุ้นทั้งถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่หลายๆ คนบอก "ฝันไปเถอะ" กับถ้วยอันศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง เอฟเอ คัพ อยู่



                และนอกจากนี้เป้าหมายแรกๆ ของ อาร์แซน เวนเกอร์ คือกับเกมลีกอีกแค่ 13 นัดทีเหลืออยู่ ซึ่งคงต้องลุ้นกันตัวโก่งว่า "อาร์เซน่อลจะคว้าตั่วแชมเปี้ยนส์ ลีกได้หรือไม่?" 








   
 
  คอลัมน์ย้อนหลัง
 
 
© 2008 www.siamsport.co.th : Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd. All rights reserved.